รมช. ไชยา สั่งระดมเครื่องบินทำฝนหลวง และใช้เทคนิค “โปรยน้ำ-น้ำแข็งแห้ง ระบายฝุ่นในชั้นบรรยากาศผกผัน” ลดฝุ่น หมอกควัน ในจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ
วันนี้ (15 มี.ค. 67) ที่ ห้องประชุมหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ ดร.ไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ติดตามการปฏิบัติการฝนหลวงพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมเปิดเผยว่า ตามที่สถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่ภาคเหนือ อยู่ในระดับเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ (สีส้ม) ถึงระดับส่งผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง) จึงได้สั่งการให้ นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ปฏิบัติการฝนหลวงเชิงรุกอย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมทั้งวางแผนติดตามสภาพอากาศป้องกันและบรรเทาปัญหาภัยแล้ง ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่ต้องการน้ำสำหรับการเริ่มเพาะปลูก และให้การสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ในภารกิจดับไฟป่าบริเวณพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
ด้านนายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง รวมจำนวน 5 หน่วยปฏิบัติการ ได้แก่ หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.เชียงใหม่ แพร่ จันทบุรี กาญจนบุรี และสงขลา เพื่อปฏิบัติการฝนหลวงและดัดแปรสภาพอากาศ ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่ประสบปัญหาภัยแล้ง การเติมน้ำต้นทุนให้เขื่อนกักเก็บน้ำ สร้างความชุ่มชื้นให้พื้นที่ป่าไม้เพื่อป้องกันการเกิดไฟป่า รวมถึงบรรเทาสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก โดยในพื้นที่ภาคเหนือ ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.เชียงใหม่ ภายในสนามบินกองบิน 41 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และปรับแผนการปฏิบัติภารกิจ ใช้เครื่องบินขนาดใหญ่ ชนิด CN จำนวน 2 ลำ เครื่องบินขนาดกลาง ชนิด CASA จำนวน 3 ลำ เครื่องบินชนิด Super King Air จำนวน 1 ลำ ในภารกิจดัดแปรสภาพอากาศบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก บรรเทาปัญหาไฟป่า และบรรเทาปัญหาภัยแล้ง โดยการปฏิบัติการฝนหลวง เพื่อเร่งกระบวนการทางธรรมชาติให้เกิดเมฆ พัฒนาและรวมตัว ตกลงมาเป็นน้ำฝน ,การปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศ โดยการใช้เทคนิคที่เรียกว่า “เทคนิคลดอุณหภูมิในชั้นบรรยากาศผกผันด้วยการโปรยน้ำและโปรยน้ำแข็งแห้ง” เพื่อเจาะช่องบรรยากาศให้สามารถระบายฝุ่นละอองขึ้นต่อไปได้ และการสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์บูรณาการร่วมกับกองทัพภาคที่ 3 และจังหวัดเชียงใหม่ ปฏิบัติการตักน้ำดับไฟป่าในพื้นที่ลาดสูงชัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเดินเท้าเข้าไปดับไฟได้
ทั้งนี้ จากข้อมูลการตรวจวัดฝุ่นละอองในอากาศโดยเครื่องบิน Super King Air พบว่า การใช้เทคนิคการลดอุณหภูมิชั้นบรรยากาศพกผัน สามารถช่วยระบายฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 3 ไมครอน ได้ประมาณ ร้อยละ 40-50 เมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่ที่ไม่ได้ปฏิบัติการ ซึ่งเป็นแนวโน้มการลดฝุ่นควันที่ดี และยังมีการปฏิบัติภารกิจตักน้ำดับไฟป่าโดยเฮลิคอปเตอร์ ปฏิบัติการไปจำนวน 4 วัน 32 เที่ยวบิน ใช้ปริมาณน้ำ จำนวนรวมมากถึง 22,500 ลิตร พร้อมกับการเฝ้าระวังของหน่วยงานต่างๆ จะสามารถทำให้ปีนี้จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดในภาคเหนือ สามารถผ่านความรุนแรงสภาวะวิกฤตหมอกควันฝุ่น PM 2.5 ได้ดีอีกด้วย