เช้าวันนี้ (8 ก.พ. 68) ที่ บริเวณเชิงสะพานนวรัฐ หน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนรถบุปผชาติ และเปิดงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 48 ประจำปี 2568 ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-9 กุมภาพันธ์ 2568 ภายใต้แนวคิด “เสน่ห์บุปผชาติ งามพฤกษาเวียงพิงค์” เพื่อร่วมกันสืบสานการจัดงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับให้คงอยู่ และต่อยอดการจัดงานเพื่อพัฒนาให้เป็นเทศกาลระดับสากล อันเป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยว เพื่อเสริมศักยภาพด้านการท่องเที่ยว เพิ่มมูลค่าด้านเศรษฐกิจจังหวัดเชียงใหม่ และให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความสวยงามของดอกไม้นานาพันธุ์
.
สำหรับไฮไลท์ของงานในเช้าวันนี้ คือ การปล่อยขบวนรถบุปผชาติที่ประดับตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิดอย่างสวยงามตระการตา พร้อมด้วยขบวนคานิวัลและการแสดงสุดอลังการ ที่ถือว่าเป็นไฮไลท์สำคัญของทุกปี โดยเริ่มจากขบวนรถอัญเชิญถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตามด้วยขบวนรถบุปผชาติที่หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนส่งมาเข้าร่วมโชว์และร่วมประกวด รวมทั้งสิ้น 33 ขบวน ที่มาช่วยสร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติหลายหมื่นคนที่มาเฝ้ารอชมตลอดเส้นทางที่ขบวนเคลื่อนผ่าน ตั้งแต่บริเวณสะพานนวรัฐ มุ่งหน้าไปตามถนนท่าแพ ผ่านข่วงประตูท่าแพ ไปตามเส้นทางตามคูเมือง และจะไปสิ้นสุดที่บริเวณสวนสาธารณะหนองบวกหาด เพื่อจอดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมเก็บภาพความประทับใจได้จนถึงคืนวันพรุ่งนี้ (9 ก.พ. 68)
.
โดยภายในสวนสาธารณะหนองบวกหาด เทศบาลนครเชียงใหม่ก็ได้เนรมิตพื้นที่ให้เต็มไปด้วยดอกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ทั้งของเมืองไทยและต่างประเทศ กว่า 100 สายพันธุ์ มากกว่า 1 ล้านดอก อาทิ ดอกทิวลิป ดอกกุหลาบสเปรย์ ดอกลิลลี่ ดอกไฮเดรนเยีย มาจัดมุมสวยๆ ในลักษณะของทุ่งดอกไม้ สวนดอกไม้ ซุ้มดอกไม้ ซุ้มแสงไฟไว้อย่างสวยงาม นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาชื่นชมได้ตลอดทั้งวันรวมไปถึงช่วงกลางคืน ซึ่งงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับนี้ นับเป็น Soft Power ที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ที่เผยแพร่ออกสู่สายตาของนักท่องเที่ยวทั่วโลกทุกปี ที่มีเพียงที่เดียวในประเทศไทย ที่จะช่วยสร้างความสุขความประทับใจ ดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวมาเยือน อันเป็นการช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ได้เป็นอย่างดี