วันนี้ (20 ก.พ. 68) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร มอบหมายให้ นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมการเตรียมจัดงานสมโภชเชียงใหม่ 729 ปี ภายใต้แนวคิด "นครเชียงใหม่เมืองแห่งความสุขด้วยวิถีวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน" ระหว่างวันที่ 18 - 20 เมษายน 2568 ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ และจุดสำคัญรอบคูเมืองเชียงใหม่ เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรม ประเพณี และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
.
จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ สมาคมสตรีนครเชียงใหม่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่ หน่วยงาน และองค์กรเครือข่ายในพื้นที่ เตรียมจัดพิธีสมโภชเชียงใหม่ 729 ปี และเป็นครั้งแรกที่จะได้ทำบุญตรงดวงเมือง ระหว่างวันที่ 18 - 20 เมษายน 2568 ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ บริเวณแจ่งคูเมืองด้านใน และประตูเมืองสำคัญ ได้แก่ ประตูช้างเผือก ประตูท่าแพ ประตูเชียงใหม่ ประตูสวนปรุง และประตูสวนดอก เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 729 ปีแห่งการสถาปนาเมืองเชียงใหม่ รำลึกถึงประวัติศาสตร์ และเชิดชูคุณค่าวัฒนธรรมล้านนา
.
ที่ประชุมได้รับทราบความสำคัญและประวัติความเป็นมาของเมืองเชียงใหม่ กำหนดรูปแบบของกิจกรรมหลัก รวมถึงการบันทึกสถิติโลกกับ Guinness World Records สำหรับขบวนฟ้อนเล็บอัตลักษณ์แบบคุ้มเจ้าหลวงพระราชชายาเจ้าดารารัศมี โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย พิธีทำบุญตักบาร พิธีถวายสักการะแด่บูรพกษัตริย์และเจ้าเมืองเชียงใหม่ การจัดแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนา ขบวนแห่เฉลิมฉลอง การแสดงแสงสีเสียงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่ รวมถึงกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมสัมผัสวิถีชีวิตล้านนาอย่างใกล้ชิด
.
สำหรับโครงการนี้ ยังเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายจังหวัดเชียงใหม่ ที่มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และวัฒนธรรม ผ่านแนวคิด "12 เดือน 12 ธีม" โดยใช้งานอีเว้นท์และเทศกาลเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้าง City Branding ให้เชียงใหม่ก้าวสู่การเป็น "เมืองเทศกาลโลก" อย่างแท้จริง
ทั้งนี้ จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยว ร่วมภาคภูมิใจในการเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมฉลอง "เชียงใหม่ ๗๒๙ ปี" รวมทั้งสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งล้านนา และร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมอันทรงคุณค่าสู่คนรุ่นหลัง