“ศักดิ์สิทธิ์ สูงสุด แห่งศรัทธา” ชมรม พสบ.ทอ. จัดกิจกรรม CSR ที่จอมทอง พร้อมประชาสัมพันธ์โครงการสร้างพระสถูปเจดีย์องค์ที่ 3 บนยอดดอยอินทนนท์

วันนี้ (3 มี.ค. 68) ณ พระมหาธาตุนภเมทนีดล พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ยอดดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ พลอากาศเอก ชัยนาท ผลกิจ รองผู้บัญชาการทหารอากาศ และประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารชมรม พสบ.ทอ. ชมรมพัฒนาความสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพอากาศไทย (พสบ.ทอ.) นำคณะลงพื้นที่ จัดกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) พร้อมประชาสัมพันธ์โครงการสร้างพระสถูปเจดีย์องค์ที่ 3 บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ณ ยอดดอยอินทนนท์ ซึ่งเป็นโครงการสำคัญที่มุ่งสืบทอดศิลปวัฒนธรรมและศรัทธาทางพุทธศาสนา รวมถึงเป็นการเฉลิมพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์

.

     ในโอกาสนี้ ชมรม พสบ.ทอ. ได้มอบสิ่งของ อุปกรณ์การเรียน และทุนการศึกษาให้แก่เด็กนักเรียนชนเผ่าในพื้นที่รอบดอยอินทนนท์ จำนวน 5 โรงเรียน รวมถึงอุปกรณ์ดับไฟป่าเพื่อสนับสนุนการป้องกันและควบคุมไฟป่า ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในภาคเหนือ กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของชมรมในการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้แก่ชุมชนโดยรอบ

.

    ในการนี้ยังได้มีการเปิดเผยถึงโครงการสร้างพระสถูปเจดีย์องค์ที่ 3 บนยอดดอยอินทนนท์ เป็นโครงการสำคัญที่เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของกองทัพอากาศและภาคประชาชน เพื่อเป็นสถานที่สักการะทางพุทธศาสนา และเป็นแลนด์มาร์กทางศาสนาและการท่องเที่ยวแห่งใหม่ โดยออกแบบให้สอดคล้องกับศิลปะล้านนาและธรรมชาติของดอยอินทนนท์

.

     พลอากาศเอก ชัยนาท ผลกิจ รองผู้บัญชาการทหารอากาศ และประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารชมรม พสบ.ทอ. เปิดเผยว่า “โครงการนี้ผ่านการศึกษาความเป็นไปได้ทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบโดยกรมศิลปากรและการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ธรรมชาติและการพัฒนาทางศาสนา”

.

    พลอากาศโท ณรัฐ บุญประเสริฐ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ และประธานชมรม พสบ.ทอ. กล่าวเสริมว่า โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ เพื่อ เทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ ต่อยอดจากพระมหาธาตุเจดีย์นภเมทนีดลและนภพลภูมิสิริ, สร้างปูชนียสถานทางพระพุทธศาสนา เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและต่างชาติ, พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรม กระจายรายได้สู่ชุมชนและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงใหม่

.

     พระสถูปเจดีย์องค์ที่ 3 ได้รับการออกแบบโดยกรมศิลปากร โดยมี ฐานสิบเหลี่ยม แทน ทศบารมีของพระพุทธเจ้าและมี ความสูง 37 เมตร สื่อถึง โพธิปักขิยธรรม 37 ประการ ซึ่งเป็นหลักธรรมของผู้มุ่งบรรลุโพธิญาณ ด้านนอกประดับด้วยศิลปะไทยร่วมสมัย ผสมผสานอัตลักษณ์ล้านนา โดยใช้ หินทรายและวัสดุธรรมชาติ ภายในโถงองค์เจดีย์จะเป็น พิพิธภัณฑ์พระพุทธศาสนา และ ศูนย์เรียนรู้เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย เมื่อสร้างเสร็จ พระสถูปเจดีย์องค์ที่ 3 จะเชื่อมโยงกับพระมหาธาตุเจดีย์ 2 องค์บนดอยอินทนนท์ ได้แก่ พระมหาธาตุนภเมทนีดล – สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2530 เฉลิมพระเกียรติในหลวง รัชกาลที่ 9, พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ – สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2535 เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พื้นที่ทั้งสามองค์จะถูกพัฒนาให้เชื่อมถึงกันด้วย เส้นทางเดินชมวิวทางธรรมชาติ ที่รองรับทุกวัย รวมถึง ผู้สูงอายุและผู้ใช้รถเข็น โครงการนี้มีกำหนดเริ่มก่อสร้างใน เดือนธันวาคม 2567 และคาดว่าจะแล้วเสร็จใน พฤศจิกายน 2570 โดยได้รับการสนับสนุนจากประชาชนและภาคเอกชน

.

     คุณโกมล เจียรวนนท์ ประธานบริหารชมรม พสบ.ทอ. กล่าวว่า “ชมรม พสบ.ทอ. จะเป็นศูนย์กลางในการประชาสัมพันธ์และระดมทุน เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการสร้างบุญอันยิ่งใหญ่” ประชาชนที่สนใจสามารถร่วมสนับสนุนโครงการผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่จะจัดขึ้นตลอดระยะเวลาก่อสร้าง

.

     พระสถูปเจดีย์องค์ที่ 3 ไม่เพียงเป็นอนุสรณ์สถานทางศาสนา แต่ยังสะท้อนถึง ความกลมกลืนของศิลปะ วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม บนดอยอินทนนท์ ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความสำคัญระดับโลก

.

     เมื่อโครงการแล้วเสร็จ นักท่องเที่ยวจะสามารถเดินทางมาสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ท่ามกลางสายหมอกแห่งยอดดอยอินทนนท์ และชมวิวทิวทัศน์ของ เทือกเขาหิมาลัยแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โครงการนี้จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งศรัทธา ความจงรักภักดี และพุทธศิลป์อันงดงาม ที่จะยืนยงบนจุดสูงสุดของประเทศไทย


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar