ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ นำส่วนราชการและพุทธศาสนิกชน ปลูกพระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร ที่ พุทธมณฑลจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอดอยหล่อ เป็นสิริมงคลในวันวิสาขบูชา ประจำปี 2568 และเฉลิมพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
.
วันนี้ (11 พ.ค. 68) เวลา 09.29 น. ที่ พุทธมณฑลจังหวัดเชียงใหม่ ต.ดอยหล่อ อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เป็นประธานปลูกพระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราชแห่งพระราชวงศ์จักรี พุทธศักราช 2568 และวันวิสาขบูชา ประจำปี 2568 โดยมี นางกุสุมาล พงษ์สิทธิถาวร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธี
.
เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดจังหวัดเชียงใหม่ ประธานในพิธีเดินทางมาถึงพลับพลาพิธี ได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยที่โต๊ะหมู่บูชา แล้วเปิดกรวยกระทงดอกไม้ ถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ต่อมาพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์จำนวน 10 รูป ได้มีการประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เมื่อเสร็จสิ้นพิธิเจริญพระพุทธมนต์แล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และอัญเชิญพระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตรไปปลูกยังมณฑลปลูกที่ได้จัดเตรียมไว้ แล้วกลับมายังที่นั่งภายในพลับพลาพิธีเพื่อนำทุกภาคส่วนร่วมกันรับชมวิดิทัศน์ “ธรรมะนาวาวัง ธรรมะพระราชทาน เนื่องในวันวิสาขบูชา“
.
การจัดพิธีดังกล่าว สืบเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานต้นพระศรีมหาโพธิ์ เพื่อเชิญไปปลูกในพื้นที่ 77 จังหวัด พร้อมกันทั่วประเทศ เนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี 2568 ในวันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2568 เพื่อเป็นสิริมงคลและเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยได้พระราชทานนามต้นพระศรีมหาโพธิ์นี้ว่า “พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร” มีความหมายว่า “พระศรีมหาโพธิ์พระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงพระราชศรัทธาที่มั่นคงในฐานะพุทธมามกะและอัครศาสนูปถัมภก ทรงมุ่งมั่นสืบทอดพระพุทธศาสนาให้หยั่งรากลึกในจิตใจของพสกนิกร ต้นศรีมหาโพธิ์ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งปัญญา ความร่มเย็น และความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา และเป็นเครื่องเตือนใจให้ตระหนักถึงหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าของพระพุทธองค์ ที่แม้กาลเวลาจะล่วงเลยไป แต่หลักธรรมอันประเสริฐจะยังคงดำรงและส่องนำทางให้แก่พุทธศาสนิกชนสืบไป