ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นำข้าราชการร่วมวางพวงมาลาถวายราชสักการะ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เนื่องในโอกาสวันที่ระลึกคล้ายวันสวรรคต "สมเด็จพระนารายณ์มหาราช" ประจำปี 2568 .
วันนี้ (11 ก.ค. 68) ที่ห้องประชุมสภาชั้น 2 องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นำรองผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมพิธีวันที่ระลึกคล้ายวันสวรรคต "สมเด็จพระนารายณ์มหาราช" โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้วางพวงมาลาถวายราชสักการะในนามของประชาชนจังหวัดเชียงใหม่ทุกหมู่เหล่า และนำผู้เข้าร่วมพิธีอ่านคำกล่าวสดุดีเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เบื้องหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ อย่างพร้อมเพรียง .
สมเด็จพระนารายณ์มหาราชเสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติ เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 27 แห่งกรุงศรีอยุธยา ทรงสร้างความรุ่งเรืองและความยิ่งใหญ่ให้แก่กรุงศรีอยุธยาในด้านต่าง ๆ ไว้นานัปการ ทั้งในด้านการทรงเป็นกษัตริย์นักรบผู้กล้าหาญ ทรงปกครองอาณาราษฎร์ด้วยทศพิธราชธรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชกรณียกิจที่เกี่ยวกับการเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์เพียงพระองค์เดียวในบูรพาประเทศที่เป็นมิตรและสนิทสนมกับชาวยุโรปที่ต่างมุ่งหวังครอบครองอาณาจักรสยาม และด้วยพระปรีชาญาณได้ทรงตัดสินพระทัยเลือกเจริญสัมพันธไมตรีอย่างแน่นแฟ้นกับประเทศฝรั่งเศส เพื่อถ่วงดุลอำนาจกับประเทศฮอลันดา แม้ว่าการคบค้าสมาคมกับฝรั่งเศสเปรียบเสมือนหนีเสือปะจระเข้ก็ทรงเลือก เพราะได้ทรงตระหนักดีว่าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงมีเจตนาชักชวนให้เข้ารีต ดังนั้นด้วยพระปรีชาญาณอันสูงส่งจึงได้ดำเนินการทางการทูตด้วยความละเอียด สุขุม รอบคอบ ทรงจัดให้มีการแลกเปลี่ยนทูต ทรงขอเวลาศึกษาไตร่ตรองหลักคำสอนของคริสต์ศาสนาให้ถ่องแท้เสียก่อน นับได้ว่าทรงบรรลุจุดสูงสุดของการทูตไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งผลแห่งการกระชับสัมพันธไมตรีกับประเทศต่าง ๆ ในยุโรป เป็นผลให้เกิดการรับเอาอารยธรรมเข้ามาในประเทศยังความเจริญในด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์ การค้า และสถาปัตยกรรมแก่สยามประเทศ