วันที่ 15 กรกฎาคม 2568 ณ ห้องพะเยา ชั้น 1 โรงแรมแชงกรี-ลา เชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นายวิวัฒน์ เจริญฉ่ำ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 5 เป็นประธานการประชุมสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) ภายใต้โครงการติดตามและประเมินผลแผนปฏิบัติการด้านการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยมีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายภาคส่วน อาทิ ภาคราชการ ภาคประชาสังคม ภาคการศึกษา และเยาวชน เข้าร่วมอย่างคับคั่ง โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงเช้าและช่วงบ่าย
.
ในช่วงเช้า เป็นเวทีเปิดโอกาสให้กลุ่มเยาวชนแสดงความเห็นเกี่ยวกับการส่งเสริมคุณธรรมและธรรมาภิบาล พร้อมรับฟังผลการดำเนินงานจากที่ปรึกษา บริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด โดยนางสาวอารีวรรณ ขจรวานิชไพบูลย์ ขณะที่ช่วงบ่าย เป็นการสนทนากับภาคประชาชน โดยเน้นประเด็นการปลูกฝังค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริตในชีวิตประจำวัน และทัศนคติที่ไม่ยอมรับการทุจริตในระดับชุมชน
.
เวทีครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการประเมินผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของแผนฯ ระยะ 5 ปี ซึ่งมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่สังคมปลอดทุจริต โดยยึดแนวทางการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และมุ่งเน้นให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางในการสร้างวัฒนธรรมต้านทุจริตอย่างยั่งยืน
.
แม้ว่าค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index – CPI) ของประเทศไทยในปี 2566 และ 2567 จะอยู่ที่ 35 และ 34 คะแนน ตามลำดับ ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในหน่วยงานของรัฐ (Integrity and Transparency Assessment – ITA) กลับมีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยในปี 2567 หน่วยงานภาครัฐมีคะแนนเฉลี่ยสูงถึง 93.05 คะแนน สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการยกระดับมาตรฐานความโปร่งใสของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง
.
นอกจากนี้ ตัวชี้วัดในกลุ่มเด็กและเยาวชนยังแสดงผลเชิงบวก โดยในปี 2567 ตัวชี้วัดด้านพฤติกรรมและทัศนคติเชิงบวกต่อความซื่อสัตย์มีผลการดำเนินงานสูงกว่าร้อยละ 90 ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการวางรากฐานวัฒนธรรมต้านทุจริตในระยะยาว
.
การประชุมยังเปิดโอกาสให้หน่วยงานในพื้นที่สะท้อนข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย อาทิ การเสริมกลไกเฝ้าระวังในระดับชุมชน การออกแบบกระบวนการเรียนรู้ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง รวมถึงการพัฒนาระบบติดตามผลในระดับพื้นที่ เพื่อให้การขับเคลื่อนแผนฯ ในช่วงปี 2568 – 2570 บรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
.
การขับเคลื่อนแผนต่อต้านการทุจริตจะไม่สามารถประสบผลสำเร็จได้หากปราศจากพลังความร่วมมือจากภาคประชาชนและภาคเอกชน การจัดเวทีสนทนาในครั้งนี้จึงมิใช่เพียงเวทีสำหรับประเมินผลเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีแห่งการมีส่วนร่วม การแลกเปลี่ยนความเห็น และการร่วมกันออกแบบอนาคตของสังคมไทยให้เป็น “สังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต” อย่างแท้จริงและยั่งยืน