วันนี้ (3 กันยายน 2568) ที่โรงเรียนโสตศึกษาอนุสารสุนทร อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ทพญ.อัมพร เดชพิทักษ์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดกิจกรรมขับเคลื่อนการส่งเสริมสุขภาพช่องปากเด็กปฐมวัยและวัยเรียน ภายใต้โครงการ “Sandbox Model จังหวัดเชียงใหม่ฟันดี : Brush and Bright” โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และภาคีเครือข่าย พร้อมด้วยผู้บริหารจากหลายภาคส่วนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
.
ทพญ.อัมพร เดชพิทักษ์ เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 9 (พ.ศ. 2566) พบว่า เด็กอายุ 3 ปี มีฟันผุร้อยละ 47 และเพิ่มสูงถึงร้อยละ 72.1 ในกลุ่มเด็ก 5 ปี ขณะที่เด็กอายุ 12 ปี เกือบครึ่งหนึ่งประสบปัญหาฟันผุ และมากกว่าร้อยละ 80 เผชิญกับภาวะเหงือกอักเสบ อีกทั้งยังพบว่าการเข้าถึงบริการทันตกรรมของเด็กไทยมีแนวโน้มลดลง ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการ การเรียนรู้ และคุณภาพชีวิตในระยะยาว จึงจำเป็นต้องเร่งสร้างความตระหนักและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง
.
กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการแสดง “Brush and Bright” โดยนักเรียนโรงเรียนโสตศึกษาอนุสารสุนทร การมอบป้ายสัญลักษณ์ “Sandbox Model จังหวัดเชียงใหม่ฟันดี” การส่งมอบอุปกรณ์ดูแลสุขภาพช่องปากให้นักเรียนและภาคีเครือข่าย การจัดนิทรรศการให้ความรู้ด้านทันตสุขภาพ เช่น เทคนิคการแปรงฟันสูตร 222 การแปรงฟันแห้ง การรณรงค์ลดการบริโภคน้ำตาล และโครงการป้องกันนักสูบหน้าใหม่ รวมทั้งการออกหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่เชิงรุก 9 หน่วย เพื่อให้บริการแก่นักเรียนกลุ่มเปราะบางอย่างทั่วถึง
.
การขับเคลื่อน “Sandbox Model จังหวัดเชียงใหม่ฟันดี” จึงถือเป็นกลไกสำคัญในการแก้ปัญหาฟันผุอย่างเป็นระบบ โดยเน้นการส่งเสริมทันตสุขภาพในคลินิกเด็กสุขภาพดี สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย และโรงเรียน รวมทั้งการจัดบริการทันตกรรมเชิงรุกผ่านสถานบริการภาครัฐ เอกชน รถทันตกรรมเคลื่อนที่ เครือข่ายคลินิกชุมชนอบอุ่น และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการที่ครอบคลุม
.
สำหรับโครงการ “Sandbox Model จังหวัดเชียงใหม่ฟันดี” เป็นหนึ่งใน 13 จังหวัดนำร่องทั่วประเทศ มีเป้าหมายลดอัตราการเกิดฟันผุในเด็กปฐมวัยและวัยเรียน พร้อมสร้างต้นแบบจังหวัดที่ประชาชนทุกช่วงวัยมีสุขภาพช่องปากที่ดี โดยกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดแนวทางสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
1. ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพช่องปากที่เหมาะสมตั้งแต่แรกเกิด
2. เพิ่มการเข้าถึงบริการทันตกรรมเชิงป้องกัน
3. ส่งเสริมบทบาทครอบครัว โรงเรียน และชุมชน ในการดูแลสุขภาพช่องปากเด็ก
.
ทั้งนี้ โครงการได้เริ่มดำเนินการแล้วใน 25 อำเภอ มีโรงเรียนต้นแบบส่งเสริมสุขภาพช่องปาก 63 แห่ง ครอบคลุมนักเรียนกว่า 16,120 คน โดยมุ่งหวังให้เชียงใหม่เป็นจังหวัดต้นแบบด้านการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างยั่งยืน