เชียงใหม่ส่งเอกสารรอบแรกเข้ารับการพิจารณาเป็นแหล่งมรดกโลกแล้ว พร้อมเชิญชวนขับเคลื่อนผลักดันเชียงใหม่สู่การเป็นเมืองมรดกโลกแห่งแรกของไทยที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมดูแล รักษา ปกป้อง ควบคู่กับการพัฒนา

วันนี้ (19 กันยายน 2568) ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่  หลายภาคส่วนร่วมกันจัดประชุมชี้แจงรายละเอียดการนำเสนออนุสรณ์สถานแหล่งต่าง ๆ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเชียงใหม่ นครหลวงล้านนา สู่มรดกโลก และการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการรับตรวจจากผู้เชี่ยวชาญของสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS)  โดยมีนายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับและชี้แจงวัตถุประสงค์การจัดประชุม มีส่วนราชการ คณะทำงานเร่งรัดการขับเคลื่อน นำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่เป็นมรดกโลก องค์กรภาคเอกชน ภาคการท่องเที่ยว และภาคประชาชน เข้าร่วมชี้แจงและรับฟังความคืบหน้าการดำเนินงาน 

นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ที่คณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม และคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก มีมติเห็นชอบให้นำส่งเอกสารนำเสนอขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกของเชียงใหม่ ต่อศูนย์มรดกโลกเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง และนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนนำเสนอเอกสารฉบับสมบูรณ์ไปยังศูนย์มรดกโลกภายในเดือนมกราคม 2569  โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ได้สนับสนุนงบประมาณดำเนินงานบางส่วน ในการเริ่มต้นดำเนินการ และได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน ภาคประชาชน ในการขับเคลื่อนงานดังกล่าวให้บรรลุตามเป้าหมาย 

นางระวีวรรณ ภูริเดช รองประธานคณะทำงานเร่งรัดฯ ได้ชี้แจง ความเป็นมาและแนวทางการจัดการพื้นที่มรดกโลก รวมถึงความคืบหน้าการดำเนินงาน โดยขณะนี้ได้จัดส่งเอกสารไปยังศูนย์มรดกโลกแล้วเมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา โดยศูนย์มรดกโลกจะแจ้งผลการตรวจสอบเอกสารกลับมาในเดือนพฤศจิกายนนี้ จากนั้นคณะทำงานฯ จะส่งเอกสารฉบับสมบูรณ์ตามคำแนะนำของศูนย์มรดกโลกภายในเดือนมกราคม 2569 เพื่อส่งไปยัง ICOMOS และในช่วงเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม 2569  โดย ICOMOS จะส่งผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ประเมินแหล่งตามที่ยื่นขอมรดกโลก  และหากเชียงใหม่ได้รับการพิจารณาจะมีการประกาศรายชื่อแหล่งมรดกโลกในเดือนกรกฎาคม 2570 

ด้านนายบวรเวท รุ่งรุจี  ประธานคณะทำงานเร่งรัดฯ ได้ชี้แจงข้อมูลให้ที่ประชุมทราบว่า เชียงใหม่นำเสนอแหล่งมรดกวัฒนธรรมประเภทแหล่งภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่มีคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล  ภายใต้เกณฑ์ข้อที่ 2 คือการแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทั้งในเรื่องการสร้างเมือง คติความเชื่อในพุทธศาสนาแบบเถรวาทที่รับอิทธิพลทั้งของศิลปะแบบหริภุญชัย ศิลปะพุกาม และศิลปะสุโขทัย ที่มีการผสมผสานกันอย่างลงตัวและสวยงาม จนพัฒนามาเป็นอัตลักษณ์ของตนเองที่เรียกว่าศิลปะแบบล้านนาที่ยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบันนี้  และเกณฑ์ข้อที่ 3 คือ เมืองเชียงใหม่เป็นตัวแทนของเมืองโบราณในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมล้านนา เป็นเมืองหลวงที่มีความเจริญ พบหลักฐานโบราณคดีและงานศิลปกรรมที่มีรูปแบบเดียวกัน แสดงให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกัน การนับถือพุทธศาสนาแบบเถรวาทที่แสดงออกทางด้านสถาปัตยกรรม ประติมากรรม งานประณีตศิลป์ และขนบธรรมเนียมประเพณีที่มีลักษณะเป็นตัวของตัวเอง มีการพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่องไม่ขาดช่วงมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 19 จนถึงปัจจุบัน  กำหนดที่ตั้งและขอบเขตแหล่งมรดกวัฒนธรรมเป็น 3 พื้นที่ ได้แก่ 1) ประตูเมืองทั้ง 5 แห่ง แจ่ง 4 แห่ง วัดเชียงมั่น วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร และวัดสวนดอก  2) วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร และวัดอุโมงค์  และ 3) วัดเจ็ดยอด  หากแหล่งมรดกวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้ว เชียงใหม่จะเป็นแหล่งมรดกโลกในประเทศไทยแห่งแรกที่อยู่ในพื้นที่ของทั้ง 7 วัด ซึ่งภาคส่วนต่าง ๆ ในพื้นที่จะได้มีโอกาสร่วมกันดูแล รักษา ปกป้องควบคู่กับการพัฒนา โดยแตกต่างจากแหล่งมรดกโลกในประเทศไทยทั้ง 8 แหล่งที่อยู่ในพื้นที่ของหน่วยงานราชการ  ทั้งนี้ ในช่วงก่อนการลงพื้นที่ประเมินของ ICOMOS ทุกภาคส่วนจะเร่งดำเนินการปรับปรุงสถานที่ที่เสนอขอมรดกโลกให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การประเมิน และเหมาะสมกับพื้นที่  ขอเชิญชวนทุกภาคส่วนและประชาชนชาวเชียงใหม่มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการดำเนินการดังกล่าว


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar