วันนี้ (10 ต.ค. 68) เวลา 10.30 น. ที่ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ประชุมร่วมกับคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตร จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมกันหารือแนวทางในการบริหารจัดการผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นรายได้หลักส่วนหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่
.
โดย นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ขณะนี้จังหวัดเชียงใหม่มีผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญที่เตรียมเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวหลายชนิด อาทิ ข้าว ซึ่งในปีนี้ข้าวนาปีจะมีผลผลิตประมาณ 5 แสนตัน ส่วนข้าวนาปรังจะมีผลผลิตราว 2 แสนตัน ซึ่งคาดว่าจะสามารถจำหน่ายได้ตามระบบ นอกจากนี้ยังมีส้มสายน้ำผึ้งที่เตรียมออกสู่ท้องตลาด แต่ประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งวางแผนบริหารจัดการในช่วงนี้ คือ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่ขณะนี้เกษตรกร โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในอำเภอแม่แจ่มได้ยื่นข้อเรียกร้องให้มีการออกมาตรการให้ความช่วยเหลือ
.
สำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของจังหวัดเชียงใหม่ ขณะนี้มีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 225,491 ไร่ และคาดว่าจะมีผลผลิตราว 203,363 ตัน เกินกว่าครึ่งอยู่ในพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม โดยช่วงนี้เป็นช่วงต้นฤดูกาลเก็บเกี่ยว เริ่มมีผลผลิตข้าวโพดแล้วประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ จึงทำให้เกษตรกรเริ่มมีข้อกังวลเกี่ยวกับกลไกราคาว่าอาจจะไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งก่อนหน้านี้กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในอำเภอแม่แจ่มได้ออกมายื่นหนังสือเรียกร้องให้จังหวัดเชียงใหม่ช่วยหาแนวทางแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ และประสานกับรัฐบาลในการออกมาตรการให้ความช่วยเหลือในระยะยาว โดยเฉพาะการปรับราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของเชียงใหม่ที่ระดับความชื้น 30 เปอร์เซ็นต์ ให้อยู่ที่ 7.05 บาท เทียบเท่ากับจังหวัดอื่นๆ ตามมาตรการที่กระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดไว้ (จากราคาเดิม 6.80 บาท) นอกจากนี้ยังมีข้อเรียกร้องอื่นๆ เพิ่มเติมอีก 6 ข้อ เกี่ยวกับการผลักดันนโยบายรับจำนำข้าว การชดเชยต้นทุนการผลิต การชะลอหรือห้ามนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากต่างประเทศ การแต่งตั้งผู้ตรวจสอบการฮั้วราคาข้าวโพด การตรวจสอบสต๊อก และการปรับราคาประกันขั้นต่ำ ณ จุดรับซื้อ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ก็ได้รับข้อร้องเรียนของกลุ่มเกษตรกรไปดำเนินการ และประสานงานไปยังหน่วยงานในระดับกระทรวง
.
ทั้งนี้ ตามข้อเรียกร้องทั้งหมดของกลุ่มเกษตรกร จังหวัดเชียงใหม่สามารถดำเนินการช่วยเหลือได้ทันที ในเรื่องของการชะลอหรือห้ามนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากต่างประเทศ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 - กุมภาพันธ์ 2569 รวมถึงการแต่งตั้งผู้ตรวจสอบการฮั้วราคาข้าวโพด และตรวจสอบสต๊อกข้าวโพด โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ จะจัดทำแผนและบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ไปตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรม ส่วนเรื่องที่เหลือเป็นเรื่องที่อยู่เหนืออำนาจหน้าที่ของจังหวัดเชียงใหม่ แต่ก็ได้มีการประสานกับหน่วยงานระดับกระทรวง เพื่อนำข้อเรียกร้องที่เหลือเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งขณะนี้กำลังรอนำเข้าสู่วาระการพิจารณา
.
อย่างไรก็ตาม ในช่วงระหว่างรอผลพิจารณาของ ครม. จังหวัดเชียงใหม่จึงได้ออกมาตรการเสริมเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรในระยะเร่งด่วน โดยขอรับสนับสนุนเงินจากคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร (คบท.) วงเงิน 5.15 ล้านบาท พร้อมทั้งให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ประสานกับผู้รับซื้อต่างพื้นที่หรือองค์การคลังสินค้า (อคส.) ให้เข้ามาเปิดจุดรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าและเป็นตัวเลือกในการระบายผลผลิตออกไปก่อน โดยจะรับซื้อในราคานำตลาดที่ไม่เกินกิโลกรัมละ 0.50 บาท และมีเป้าหมายในการรับซื้ออยู่ที่ 10,000 ตัน