วันนี้ (29 ต.ค. 68) ที่ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในการประชุมหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดเชียงใหม่และการประชุมคณะกรมการจังหวัดเชียงใหม่ ประจำเดือนตุลาคม 2568 โดยมี นายชัชวาลย์ ปัญญา และ นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ และผู้แทนหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมประชุม
.
โดยก่อนเริ่มการประชุม คณะผู้บริหารจังหวัดเชียงใหม่ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานในจังหวัดเชียงใหม่ ได้พร้อมใจกันยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 93 วินาที เพื่อแสดงความอาลัยต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง หลังพระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัยเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา จากนั้น จึงเข้าสู่วาระการประชุมตามลำดับ
.
ในการนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีประเด็นข้อสั่งการสำคัญถึงทุกส่วนราชการ โดยเฉพาะในช่วงนี้เป็นช่วงที่อยู่ในระหว่างการแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการในพระราชดำริของพระองค์ที่ได้พระราชทานไว้ให้กับจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งในส่วนที่เป็นโครงการในพระราชดำริส่วนพระองค์ จำนวน 165 โครงการ และโครงการที่ทรงทำร่วมกับพระบรมวงศานุวงศ์ อีก 15 โครงการ และให้ทุกส่วนราชการร่วมกันขยายผลขับเคลื่อนโครงการ สืบสาน รักษา ต่อยอดพระราชปณิธานของพระองค์
.
สำหรับการจัดกิจกรรมของแต่ละหน่วยงานยังสามารถจัดได้ตามแผนงานที่กำหนดไว้ แต่ขอให้ปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับช่วงบรรยากาศของการไว้อาลัย โดยคำนึงถึงความสมพระเกียรติ ทั้งในส่วนของกิจกรรม เนื้อหางาน และการแต่งกาย เพราะการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ยังคงต้องดำเนินต่อไป โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่กำลังเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว
.
ขณะเดียวกันได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยกันขับเคลื่อนการแก้ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร เนื่องจากขณะนี้เริ่มมีผลผลิตออกมาสู่ตลาด ทั้งข้าวและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยอยากให้หาวิธีการแก้ปัญหาในระยะยาวที่ทำให้มีผลผลิตต่อไร่มากขึ้น แต่ใช้ต้นทุนที่น้อยลง เพื่อให้เกิดความยั่งยืน
.
ส่วนการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5 จะมีการนำร่างแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี มาปรับใช้ เพื่อให้การดำเนินการดีขึ้นในทุกตัวชี้วัด อย่างไรก็ตาม ปีนี้จะต้องมีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากจะมีการเลือกตั้งครั้งใหญ่เกิดขึ้น ทำให้เป็นช่วงที่การเมืองอาจจะเข้ามามีผลกระทบ ดังนั้น จึงอยากให้ทุกภาคส่วนเพิ่มความเข้มข้นในการดำเนินการเป็นพิเศษกว่าที่ผ่านมา