ตำรวจภูธร ภาค 5 แถลงจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ 4 คดี ใน 4 จังหวัดภาคเหนือ ภายใน 24 ชั่วโมง ยึดยาบ้าได้กว่า 13 ล้านเม็ด

 วันนี้ (12 พ.ย. 68) ที่ ตำรวจภูธร ภาค 5  พลตำรวจโท กฤตพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5  พร้อมด้วย พลโท ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยภาคที่ 3 , นายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ , นายชัยณรงค์ นันตาสาย ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ , ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง และแพร่ , ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส.ภาค 5 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ 4 คดี ในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคเหนือ ประกอบด้วย จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แพร่ และลำปาง โดยสามารถยึดของกลางยาบ้าได้รวมทั้งสิ้น 13,268,000 เม็ด และจับกุมผู้ต้องหาได้ 10 คน ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการบูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติตามนโยบายรัฐบาล
.
 โดยคดีที่ 1 ที่ จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ปปส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันนำกำลังเข้าตรวจค้นโกดังเลขที่ 393/76 ม.3 ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย  เพื่อจับกุมกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดของ นายกฤชร์ณชัย หรือเท่ (ผู้ควบคุมสั่งการ) โดยพบยาบ้าจำนวน 66 กระสอบ รวม 10,000,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในโซฟาจำนวน 34 ตัว  และสามารถจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาได้ 5 คน จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
.
 คดีที่ 2 ที่ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีกลุ่มขบวนการค้ายาบ้าลำเลียงยาบ้าผ่านพื้นที่ จ.เชียงใหม่ โดยใช้รถเก๋งเป็นรถนำทางและใช้รถกระบะในการลำเลียงขนส่งยาบ้า เจ้าหน้าที่จึงได้สกัดจับรถทั้ง 2 คัน ได้ที่บริเวณ อ.สารภี และ อ.เมืองเชียงใหม่  ผลการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 2,570,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในกระบะบรรทุก ซึ่งใช้ผลผลิตทางการเกษตรทับไว้  และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน คือ นายโชคชัย หรือโชค และนายอภิเชษฐ์ หรือต้น
.
 คดีที่ 3 ที่ จังหวัดแพร่ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน เจ้าหน้าตำรวจ สภ.ห้วยไร่ ได้ทำการตั้งด่านตรวจ
เพื่อตรวจค้นสิ่งของกฎหมาย และได้พบรถต้องสงสัย จึงได้เรียกตรวจค้น แต่คนขับรถได้พยามหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการไล่ล่า  จนพบรถคันดังกล่าวจอดทิ้งไว้ห่างจากด่านสกัดประมาณ 1 กิโลเมตร เมื่อตรวจค้นภายในรถจึงพบของกลางยาบ้าซุกซ่อนอยู่ท้ายกระโปรงรถ แต่ไม่พบผู้ขับ คาดว่าน่าจะหลบหนี  อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวได้ภายหลัง 1 คน คือ นายเจ๊ะ ดาโอ๊ะ
.
 และ คดีที่ 4 ที่ จังหวัดลำปาง เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สบปราบ ได้ตั้งด่านตรวจยาเสพติด ต่อมามีรถเก๋งต้องสงสัยผ่านมายังด่านตรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอทำการตรวจค้น โดยระหว่างสอบสวนผู้ขับรถและผู้ที่ติดตามมาด้วยมีท่าทีพิรุธ จึงได้ขอทำการตรวจค้นอย่างละเอียด จนพบยาบ้าจำนวน 200,000 เม็ด พร้อมอาวุธปืนสั้นแบบไทยประดิษฐ์ จากนั้นจึงได้จับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คน คือ นายราชันย์ และ น.ส.มยุรา พร้อมของกลาง ไปดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
.
 โดย พลตำรวจโท กฤตพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวว่า การจับกุมขบวนการค้ายาบ้าในครั้งนี้ ผู้ต้องหาได้อาศัยช่วงเทศกาลยี่เป็ง ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้คนพลุกพล่าน เป็นช่วงเวลาในการขนยาเข้ามาตามเขตชายแดน แล้วมาพักไว้ในแต่ละจังหวัด  โดยทั้ง 4 คดีที่เกิดขึ้นสามารถจับกุมได้ภายในช่วงเวลา 24 ชั่วโมงเท่านั้น  โดยห้วงระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม – 11 พฤศจิกายน 2568 รวม 42 วัน สามารถตรวจยึดยาบ้าได้แล้วเกือบ 50 ล้านเม็ด  มากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมากว่า 1 เท่าตัว


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar