วันนี้ (27 ก.พ. 69) นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการปรับปรุงประตูระบายน้ำวังหิน ต.สบเตี๊ยะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นโครงการที่กรมชลประทานได้ดำเนินการก่อสร้างประตูระบายน้ำขึ้นมาใหม่ทดแทนของเดิมที่ได้รับความเสียหายจากมวลน้ำหลากเมื่อปี 2564 ส่งผลให้เกษตรกรกว่า 1,000 ครัวเรือนในพื้นที่บ้านเชิงดอยและใกล้เคียงได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง และน้ำท่วมในฤดูฝน
.
โดยประตูระบายน้ำวังหินที่ก่อสร้างขึ้นใหม่ มีบานประตูควบคุมการระบายน้ำ จำนวน 5 บาน ความกว้างรวม 34 เมตร สูง 5 เมตร สันฝายสูง 2 เมตร สามารถระบายน้ำได้สูงสุดเฉลี่ย 450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มากกว่าของเดิมที่ระบายน้ำได้เพียง 200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นอกจากนี้ยังได้ก่อสร้างอาคารสำหรับรองรับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมเรียงกล่องลวดตาข่ายภายในบรรจุหิน เพื่อป้องกันการกัดเซาะด้านหน้าและด้านท้ายประตูระบายน้ำทั้งสองฝั่ง
.
สำหรับแผนดำเนินโครงการฯ จะใช้ระยะเวลารวม 3 ปี ครอบคลุมตั้งแต่ปี 2568-2570 วงเงินงบประมาณ 260 ล้านบาท และจะสามารถเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในปี 2571 ล่าสุดการก่อสร้างได้ดำเนินการคืบหน้าไปแล้วประมาณร้อยละ 27.21 จากแผนงานก่อสร้างทั้งโครงการทั้งหมด
.
ทั้งนี้ เมื่อโครงการฯ แล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำแม่ปิงตอนล่าง ช่วยกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภค รวมถึงช่วยชะลอน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก โดยสามารถส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่เกษตรและการอุปโภคบริโภคใน 4 หมู่บ้าน รวม 1,028 ครัวเรือน ประชากร 3,246 คน ครอบคลุมพื้นที่ 4,180 ไร่ (ในฤดูฝน) และ 1,980 ไร่ (ในฤดูแล้ง)
.
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการดำเนินโครงการ ได้มีการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ 2 ประเด็นหลัก คือ การเรียกร้องการชดเชยค่าที่ดินในที่งอกริมตลิ่ง จำนวน 3 แปลง เนื้อที่ 3 ไร่เศษ เบื้องต้นได้มีการเจรจาไกล่เกลี่ยร่วมกันแล้ว 3 ครั้ง แต่ยังไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้ ขณะเดียวกัน ยังมีการเรียกร้องการชดเชยค่าที่ดินที่เกิดการกัดเซาะจากการก่อสร้างโครงการฯ ซึ่งได้รับความเสียหายประมาณ 5 ไร่เศษ โดยชาวบ้านได้เรียกร้องค่าเสียหาย ไร่ละ 350,000 บาท คิดเป็นเงินประมาณ 2.06 ล้านบาท ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปเร่งรัดการให้การช่วยเหลือแก่ชาวบ้าน เพื่อยุติปัญหาให้เร็วที่สุด