เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ที่ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ เพื่อรองรับการตรวจประเมินนำเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยมีพระเทพปริยัติ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 7 เจ้าอาวาสวัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ คณะสงฆ์ ส่วนราชการ และองค์กรภาคประชาชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการเตรียมพื้นที่และการบริหารจัดการแหล่งมรดกให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์สากล
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเอกสารการนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่เพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และได้ยื่นเอกสารต่อองค์การยูเนสโก ณ กรุงปารีส เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยล่าสุดได้รับการแจ้งว่าเอกสารดังกล่าวมีความครบถ้วนสมบูรณ์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งในระยะต่อไปจังหวัดเชียงใหม่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเตรียมความพร้อมรองรับการลงพื้นที่ตรวจประเมินจากสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS) ซึ่งเป็นองค์กรที่ปรึกษาของคณะกรรมการมรดกโลก
ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่จะบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการบริหารจัดการพื้นที่อย่างเป็นระบบ ทั้งด้านการอนุรักษ์และดูแลรักษาแหล่งมรดก การจัดการสิ่งแวดล้อมโดยรอบ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรผู้ดูแลโบราณสถาน ตลอดจนการกำหนดมาตรการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อโบราณสถานทั้ง 8 แห่ง พร้อมทั้งสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนและชุมชนโดยรอบมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น
ด้านนายบวรเวท รุ่งรุจี ประธานคณะทำงานเร่งรัดการขับเคลื่อนการนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่เป็นมรดกโลก ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมถึงกระบวนการพิจารณาแหล่งมรดกวัฒนธรรมสู่การเป็นมรดกโลก พร้อมทั้งแนวทางการเตรียมความพร้อมในแต่ละด้าน โดยผู้แทนจากสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศจะลงพื้นที่ตรวจประเมินในช่วงระหว่างเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม 2569 นี้ เพื่อนำข้อมูลประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลกต่อไป
สำหรับโบราณสถานทั้ง 8 แห่ง ที่จะนำเสนอเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ได้แก่ กำแพงเมืองและคูเมืองเชียงใหม่ วัดเชียงมั่น วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร วัดสวนดอก พระอารามหลวง วัดอุโมงค์ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร และวัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง ซึ่งขณะนี้หลายพื้นที่ได้เริ่มดำเนินการทำความสะอาด ปรับปรุงภูมิทัศน์ และรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ใช่โบราณสถาน หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่เหมาะสมออกไปแล้วบางส่วน เพื่อให้สภาพแวดล้อมโดยรอบมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยและคงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
ในระยะต่อไป จังหวัดเชียงใหม่จะประสานความร่วมมือกับมณฑลทหารบกที่ 33 จิตอาสา ประชาชน ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันลงพื้นที่ทำความสะอาดและปรับปรุงภูมิทัศน์ทั้งภายในโบราณสถานและบริเวณโดยรอบอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการแบ่งพื้นที่การดำเนินงานออกเป็นโซนต่าง ๆ อย่างชัดเจน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเตรียมความพร้อมรองรับการตรวจประเมินจากคณะผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนการนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่สู่การเป็นมรดกโลกในอนาคต