วันนี้ (12 มี.ค. 69) นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ไปยังหอประชุมอเนกประสงค์บ้านขุนกลาง หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวแรงงานในพื้นที่อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ที่ทำงานในภูมิภาคตะวันออกกลาง ภายหลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบระหว่างประเทศอิสราเอลและอิหร่าน และมีทีท่าว่าจะยืดเยื้ออย่างไม่มีกำหนด
โดยแรงงานชาวเชียงใหม่ที่เดินทางผ่านกรมการจัดหางานเพื่อไปทำงานในประเทศแถบตะวันออกกลาง
มีจำนวนทั้งสิ้น 1,017 คน โดยประเทศที่มีแรงงานไปทำงานมากที่สุด คือ อิสราเอล มีจำนวน 885 คน ส่วนอำเภอที่มีคนไปทำงานในพื้นที่สู้รบมาก 5 ลำดับแรก คือ อำเภอแม่อาย 117 คน อำเภอเชียงดาว 114 คน อำเภอแม่ริม 105 คน อำเภอแม่แจ่ม 80 คน และอำเภอจอมทอง 77 คน โดยที่หมู่ 7 ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง นี้ มีแรงงานไปทำงานที่ภูมิภาคตะวันออกลางมากถึง 52 คน
โดยวันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้นำทีมแรงงานจังหวัดเชียงใหม่ จัดหางานจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่ไปเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวของแรงงานที่ไปทำงานในภูมิภาคตะวันออกกลาง สอบถามสถานการณ์ความเป็นอยู่ของแรงงานชาวเชียงใหม่ในพื้นที่สู้รบ และสำรวจข้อมูลความต้องการการช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยจังหวัดจะได้สื่อกลางในการติดต่อประสานงานให้ความช่วยเหลือ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ช่องทางและวิธีการติดต่อขอความช่วยเหลือให้กับครอบครัวแรงงานเมื่อต้องการความช่วยเหลือ หรือเกิดเหตุฉุกเฉิน
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสอบ และกำกับติดตามในเรื่องของราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีสินค้าที่จะขึ้นราคา ส่วนเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิง ทางพลังงานจังหวัดเชียงใหม่ ยืนยันว่าเชียงใหม่ยังมีน้ำมันสำรอง แต่อาจจะประสบปัญหาในเรื่องการขนส่งทำให้ล่าช้าเล็กน้อย ซึ่งหลังจากนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ประชุมหารือเพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับสถานการณ์เหล่านี้ด้วย ส่วนในภาคการท่องเที่ยวมมีผลกระทบเล็กน้อย มีการยกเลิกการเดินทางเข้ามายังจังหวัดเชียงใหม่บางส่วน แต่ยังไม่ถึงขั้นส่งผลกระทบต่อโครงสร้างทางเศรษฐกิจมากนัก พร้อมกันนี้ ทางจังหวัดยังได้สั่งการไปยังส่วนราชการให้ปรับรูปแบบการทำงานให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และหน่วยงานไหนที่สามารถปรับรูปแบบการทำงานเป็นทางออนไลน์ได้ก็ให้ดำเนินการ ที่สำคัญขอความร่วมมือทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนช่วยกันประหยัดพลังงาน และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
ทั้งนี้ จากการพบปะพูดคุยกับครอบครัวของแรงงานที่ไปทำงานในภูมิภาคตะวันออกกลาง พบว่า ทางครอบครัวมีความเป็นห่วงและกังวลเป็นอย่างมาก โดยได้มีการติดต่อกับลูกหลานที่ไปทำงานโดยเฉพาะที่ประเทศอิสราเอลทุกวัน เพื่อสอบถามสถานการณ์และความต้องการความช่วยเหลือ อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่แรงงานที่ไปทำงานมีบางส่วนอยากเดินทางกลับบ้าน และอีกบางส่วนก็ยังไม่มีความประสงค์ที่จะเดินทางกลับประเทศไทยแต่อย่างใด เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นแรงงานที่ไปทำงานในด้านเกษตร ค่อนข้างอยู่ห่างไกลจากรัศมีการสู้รบ และยังมีหลุมหลบภัยให้เข้าไปหลบจากอันตรายเมื่อสถานการณ์มีความรุนแรงและเสี่ยงเกิดอันตรายกับตัวเอง