วันนี้ (18 เมษายน 2569) เวลา 18.00 น. ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ จังหวัดเชียงใหม่ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงาน Chiang Mai International Music Art and Culture Festival 2026 : CIMAC 2026 ภายใต้กิจกรรม "ยกระดับเชียงใหม่สู่เมืองเทศกาลโลก (City of Festival)" ตามโครงการยกระดับการท่องเที่ยวมูลค่าสูง ภายใต้แนวคิด 12 เดือน 12 เทศกาล เพื่อผลักดันเชียงใหม่สู่จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพระดับนานาชาติ โดยมี กงสุลใหญ่จากประเทศต่าง ๆ ผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก
การจัดงานครั้งนี้ มุ่งส่งเสริมและยกระดับการจัดเทศกาลนานาชาติและอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) สร้างบรรยากาศการท่องเที่ยว สร้างประสบการณ์ใหม่ กระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยว ฟื้นฟูเศรษฐกิจ และกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น โดยได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน สถานกงสุล สถาบันการศึกษา ตลอดจนศิลปินและนักแสดงจากหลากหลายประเทศ
การจัดงาน CIMAC 2026 เป็นส่วนหนึ่งของวาระพิเศษ 730 ปีแห่งการสถาปนาเมืองเชียงใหม่ โดยแบ่งการจัดงานออกเป็น 2 ครั้ง ซึ่งครั้งที่ 1 ได้จัดไปแล้วในวันที่ 28 – 29 มีนาคม 2569 ณ ลานกิจกรรมข่วงประตูท่าแพ ภายใต้แนวคิด World Music Harmony : Global Beats, Lanna Soul และครั้งที่ 2 นี้ จัดระหว่างวันที่ 18 – 19 เมษายน 2569 ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ ภายใต้แนวคิด The Symphony of Nopphaburi โดยมีไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ การแสดงดนตรี “ล้านนา ออร์เคสตรา” จากศิลปิน นักร้อง และนักดนตรีกว่า 30 ชีวิต การแสดงกองล้านนา ชุด “มหาเภรี สนั่นก้องล้านนา บูชาบูรพกษัตรา 730 ปี” และการแสดงมินิ Light & Sound โดยความร่วมมือจากวิทยาลัยนาฏศิลปเชียงใหม่
รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่มีศักยภาพโดดเด่นทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และอัตลักษณ์ล้านนา อีกทั้งยังมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและสถานที่รองรับการจัดงานระดับนานาชาติ จึงเหมาะสมอย่างยิ่งในการพัฒนาเป็นเมืองเทศกาลโลก โดยได้รับการยอมรับในระดับสากลจากรางวัล World Festival and Event City ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในการจัดงานเทศกาลและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การผลักดันเทศกาลนานาชาติและอุตสาหกรรมไมซ์จึงเป็นกลไกสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง ขยายตลาดต่างประเทศ และสร้างรายได้อย่างยั่งยืนแก่ชุมชนต่อไป