วันนี้ (26 เม.ย. 2569) ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โดยมี นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ คณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ นายอำเภอ และผู้แทนจากทั้ง 25 อำเภอ เข้าร่วมประชุมผ่านระบบ Zoom
จากรายงานในที่ประชุมพบว่า ช่วงเช้าวันนี้จังหวัดเชียงใหม่ พบจุดความร้อนเพียง 1 จุด ในพื้นที่อำเภออมก๋อย ค่าฝุ่นละอองลดลงเล็กน้อย แต่สภาพอากาศก็ยังอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ เนื่องจากการระบายอากาศยังอยู่ในระดับน้อย ซึ่งอากาศจะถ่ายเทได้ดีขึ้นในช่วงบ่ายของวันนี้ จากข้อมูลพบว่าภาคเหนือจะมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงในบางแห่ง ซึ่งคาดว่าในช่วงวันที่ 29 – 30 เมษายนนี้ จะมีกลุ่มฝนเข้ามาทำให้มีโอกาสเกิดฝนตกหนักในบางพื้นที่ตอนบนและตอนใต้ของจังหวัดเชียงใหม่ และมีการระบายอากาศที่ดีขึ้นในช่วงวันที่ 27 เมษายน 2569
สำหรับปฏิบัติการฝนหลวง เมื่อวานนี้มีการขึ้นบินปฏิบัติการ 8 เที่ยวบิน ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน และพะเยา โดยเน้นการลดอุณหภูมิชั้นบรรยากาศ การก่อและเลี้ยงเมฆ เพื่อช่วยระบายฝุ่นละออง ส่งผลให้ค่า PM2.5 ลดลง ประกอบกับฝนที่มาตามฤดูกาล ส่งผลให้เกิดฝนตกในจังหวัดเชียงใหม่ หลายพื้นที่ ขณะที่เช้าวันนี้ยังคงปฏิบัติการต่อเนื่องอีก 5 เที่ยวบิน ในพื้นที่เชียงใหม่ เชียงราย ตาก แพร่ พะเยา และลำปาง พร้อมทั้งได้เตรียมความพร้อมของเฮลิคอปเตอร์จากทุกหน่วยงาน สำหรับเข้าร่วมสนับสนุนภารกิจดับไฟป่าหากเกิดการร้องขอแบบเร่งด่วน
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้กำชับทุกหน่วยงาน ให้เฝ้าระวัง ป้องกัน และแจ้งเตือนพายุฤดูร้อนอย่างเข้มงวด ทั้งด้านการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยและดินโคลนถล่มในพื้นที่เสี่ยง ตรวจสอบความแข็งแรงของสิ่งปลูกสร้าง กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ขุดลอกท่อระบายน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ และการช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัย
สำหรับการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์วาตภัยในพื้นที่อำเภออมก๋อย ขณะนี้ดำเนินการแล้วเสร็จไปมากกว่าร้อยละ 40 แล้ว และคาดว่าจะแล้วเสร็จในวันนี้
นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ยังเน้นย้ำให้ทุกอำเภอถอดบทเรียน เก็บข้อมูลด้านพื้นที่ป่า ลงทะเบียนคนหาของป่า ระวังคนต่างถิ่นที่เข้ามาหาของป่าในพื้นที่หวั่นเข้ามาก่อเหตุ และใช้มาตรการทางกฎหมายกดดันให้กลุ่มเสี่ยงเข้ามามีส่วนร่วมแก้ไขปัญหา