วันนี้ (8 มิ.ย. 69) ที่ ห้องประชุม หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคเหนือ (นบ.ยส.35) กองพันพัฒนาที่ 3 ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ พลเรือเอก ณัฏฐพล เดี่ยววานิช รองปลัดกระทรวงกลาโหม ได้เดินทางมาประชุมติดตามและประเมินผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหายาเสพติดของหน่วยขึ้นตรงศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกระทรวงกลาโหม (ศอ.ปส.กห.) โดยมี พลโท ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3 ในฐานะรองผู้บัญชาการ นบ.ยส.35 พร้อมด้วย นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนราชการ และหน่วยงานด้านความมั่นคง เข้าร่วม
.
การประชุมในครั้งนี้ของรองปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นการมาติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือของ นบ.ยส.35 พร้อมทั้งรับฟังผลการปฏิบัติงาน ปัญหาอุปสรรค ข้อเสนอแนะ และแนวทางการบูรณาการความร่วมมือระหว่างส่วนราชการ หน่วยงานด้านความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อนำกลับไปกำหนดเป็นนโยบายและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดและสารตั้งต้นตามแนวชายแดน ซึ่งถือเป็นเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงกลาโหม เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนและลดผลกระทบจากปัญหายาเสพติดในทุกมิติ
.
ทั้งนี้ จากการรายงาน พบว่า ยังมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทยเป็นจำนวนมาก แม้ทางประเทศเพื่อนบ้านจะมีการปราบปรามแหล่งผลิตในหลายจุด แต่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อแหล่งผลิตหลัก ขณะที่การนำเข้ายาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นทั้งยาบ้าและไอซ์ โดยกลุ่มขบวนการได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่ง เช่น การใช้เยาวชน รถยนต์เช่า และรถมือสอง ในการขนส่งยาเสพติดเพื่อเลี่ยงด่านตรวจ รวมถึงลักลอบส่งผ่านระบบขนส่งพัสดุภัณฑ์เอกชน ซุกซ่อนในพืชผลการผลิต ดัดแปลงในแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ และสร้างช่องลับในรถขนส่ง
.
สำหรับสถิติการจับกุมในพื้นที่รับผิดชอบของ นบ.นส.35 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 5 มิถุนายน 2569 มีการปะทะกับขบวนการค้ายาเสพติด 55 ครั้ง และสามารถยึดยาบ้าได้กว่า 486 ล้านเม็ด ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนถึง 249 ล้านเม็ด นอกจากนี้ยังยึดไอซ์ได้อีกเกือบ 14,000 กิโลกรัม และจับกุมผู้ต้องหาได้ 242 ราย ดังนั้นกระทรวงกลาโหมจึงได้ออกประกาศกำหนดท้องที่บางส่วนเป็นเขตควบคุมสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อำนวยการควบคุมสินค้า เพื่อตัดวงจรการผลิตยาเสพติดอย่างยั่งยืน
.
สำหรับแนวทางดำเนินการต่อไปของ นบ.นส.35 ได้กำหนดมาตรการเพ่งเล็งระบบขนส่งพัสดุภัณฑ์เอกชนที่ไม่ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตลอดจนเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบรถเช่าและรถมือสองที่ใช้ลำเลียงระยะสั้นบนเส้นทางรอง พร้อมทั้งสกัดกั้นการผ่านเข้าออกของบุคคลและสินค้าตามช่องทางจุดผ่านแดนถาวรต่าง ๆ อย่างเด็ดขาดต่อไป
.