วันนี้ (2 ก.ย. 69) เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายวรยุทธ เนาวรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ร่วมกับ นายนักปราชญ์ ไชยานนท์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการประสานงานโครงการพัฒนาของสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ประจำจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 2/2569 โดยมีคณะอนุกรรมการฯ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเพื่อติดตามผลการดำเนินงานและร่วมพิจารณาแผนงานบูรณาการขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงพื้นที่
.
การประชุมในครั้งนี้ ได้มีการสรุปผลการขับเคลื่อนงานตามแนวพระราชดำริ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ภายใต้แนวคิด "เสริม ขยาย ริเริ่ม" ที่มุ่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของระบบราชการ ทั้งด้านการบริหารจัดการน้ำและการส่งเสริมอาชีพเพื่อเพิ่มผลิตภาพ ตลอดจนความก้าวหน้าการขับเคลื่อนพื้นที่ต้นแบบบูรณาการในวาระเทิดพระเกียรติ 100 ปีชาตกาล พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ บ้านห้วยม่วง ตำบลแม่นาวาง อำเภอแม่อาย ซึ่งฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชนผ่าน 5 ฐานเรียนรู้ ได้แก่ เห็ด ผักอินทรีย์ ไม้ดอก ประมง และการเลี้ยงผึ้ง พร้อมต่อยอดการตลาดผักปลอดภัยส่งตรงโรงพยาบาลฝาง รวมถึงการส่งเสริมอาชีพเลี้ยงสุกร ณ บ้านห้วยลึก ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว
.
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาเห็นชอบแนวทางการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ครอบคลุมการจัดทำแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและเกษตรกรรมตามหลักทฤษฎีใหม่ระดับตำบล การจัดทำคลังโครงการ (Project Bank) เพื่อบรรจุเข้าสู่แผนพัฒนาท้องถิ่นและคำของบประมาณตามภารกิจ ตลอดจนการขับเคลื่อนโครงการสำรวจ ออกแบบ และซ่อมแซมแหล่งน้ำขนาดเล็กที่ยังไม่ได้ถ่ายโอนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งในส่วนของกรมพัฒนาที่ดิน จำนวน 10 โครงการ ใน 8 อำเภอ และกรมทรัพยากรน้ำ จำนวน 34 โครงการ ใน 4 อำเภอ โดยใช้กลไกคณะทำงานระดับอำเภอร่วมกับพลังราษฎรจิตอาสาในพื้นที่เป็นแกนหลักในการฟื้นฟูแหล่งน้ำให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มศักยภาพ
.
ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่และสถาบันปิดทองหลังพระฯ จะประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิด เพื่อเชื่อมโยงการพัฒนาตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ สู่ปลายน้ำ ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการผลิต (Productivity) และประสิทธิภาพการใช้น้ำ (Water Productivity) เพื่อสร้างรายได้ ลดรายจ่าย และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนในพื้นที่สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน