วันนี้ (7 ก.ย. 69) ที่ โรงแรมคุ้มภูคำเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการกำหนดมาตรการและแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) จังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี 2570 โดยมี นายสมคิด ปัญญาดี ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ นายอำเภอ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกว่า 200 คน
.
การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อ นำผลการดำเนินงานและบทเรียนจากการแก้ไขปัญหาไฟป่าและ PM2.5 ในปี 2569 มาทบทวนและพัฒนาเป็นแผนปฏิบัติการสำหรับปี 2570 ให้มีความชัดเจน สอดคล้องกับสถานการณ์ และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง โดยให้ความสำคัญกับการบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไปจนถึงชุมชน พร้อมกำหนดมาตรการ แนวทาง ตัวชี้วัด และค่าเป้าหมายที่ชัดเจน ครอบคลุมการจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตร การใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการตัดสินใจ ตลอดจนการดูแลสุขภาพของประชาชน
.
สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2569 จังหวัดเชียงใหม่ได้ดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง โดยระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 31 พฤษภาคม 2569 พบจุดความร้อน จำนวน 11,023 จุด ขณะที่ค่าเป้าหมายอยู่ที่ 4,644 จุด คิดเป็นร้อยละ 42 และมีพื้นที่เผาไหม้ 1,529,400 ไร่ จากค่าเป้าหมาย 907,104 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 59 ขณะที่จำนวนวันที่ค่าฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐานอยู่ที่ 53 วัน ลดลงจากค่าเป้าหมาย 11 วัน หรือคิดเป็นร้อยละ 17 ส่วนผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ที่เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลในช่วงสถานการณ์ มีจำนวน 3,706 ครั้ง ลดลงจากค่าเป้าหมาย 10,532 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 74
.
อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาไฟป่าและ PM2.5 ของจังหวัดเชียงใหม่ยังมีข้อจำกัดจากสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูง โดยจุดความร้อนส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ป่า ทำให้การเข้าถึงพื้นที่เพื่อควบคุมและดับไฟทำได้ยาก ประกอบกับปัจจัยด้านสภาพอากาศที่มีผลต่อการสะสมของฝุ่นละออง ดังนั้น การนำข้อมูลและบทเรียนจากการดำเนินงานที่ผ่านมา มาวิเคราะห์และกำหนดแนวทางการทำงานที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ จึงเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับการรับมือปัญหาในปี 2570
.
ทั้งนี้ การประชุมเชิงปฏิบัติการดังกล่าวยังมุ่งสร้างความเข้าใจและบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันกำหนด “แผนบูรณาการจังหวัด” สำหรับการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและ PM2.5 ในปี 2570 ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกัน การจัดการเชื้อเพลิง การควบคุมไฟป่า การลดการเผาในพื้นที่เกษตร การใช้เทคโนโลยีและข้อมูลสนับสนุนการทำงาน ตลอดจนการลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน