รองผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ร่วมประชุม บกปภ.ช. ติดตามสถานการณ์อุทกภัย นายกรัฐมนตรีกำชับทุกจังหวัดเร่งช่วยเหลือประชาชนและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์

วันนี้ (30 ก.ย. 69) เวลา 08.00 น. ณ ห้องประชุม POC ชั้น 3 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นำหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม ณ ห้องบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พร้อมด้วยพลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี และนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม และมีผู้แทนจากทุกจังหวัดเข้าร่วมผ่านระบบ Zoom Meeting

ที่ประชุมรายงานสถานการณ์การแจ้งเตือนอุทกภัยว่า ระหว่างวันที่ 22-29 กันยายน 2569 มีการแจ้งเตือนประชาชนผ่านระบบ Cell Broadcast จำนวน 179 ครั้ง ขณะที่ช่วงวันที่ 16-30 กันยายน 2569 มีประชาชนได้รับผลกระทบจากอุทกภัยแล้ว 1,057,591 ครัวเรือน ในพื้นที่ 43 จังหวัด และมีผู้เสียชีวิต 24 ราย โดยภายหลังเกิดเหตุ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งส่งกำลังและการสนับสนุนลงพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวว่า ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน เชื่อมโยงและแบ่งปันข้อมูลระหว่างกัน เพื่ออุดรอยรั่วและเติมเต็มการทำงานซึ่งกันและกัน โดยสิ่งสำคัญที่สุดคือการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ การดูแลสวัสดิภาพและความปลอดภัยของประชาชน พร้อมเน้นย้ำให้ทุกจังหวัดเร่งสำรวจความเสียหายและดำเนินการฟื้นฟู รวมถึงเตรียมงบประมาณเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามหลักเกณฑ์และกฎหมายที่กำหนด

นอกจากนี้ ให้ทุกจังหวัดเตรียมรับมือสถานการณ์ล่วงหน้า ไม่จำเป็นต้องรอการจัดตั้งศูนย์บัญชาการ โดยให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงข้อมูล การแบ่งปันข้อมูล และการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้สามารถรับมือและให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

นายกรัฐมนตรีได้สั่งการไปยังทุกจังหวัด ดังนี้
1. เฝ้าระวังและแจ้งเตือน ติดตามและประเมินสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดราชบุรีและสมุทรสงคราม รวมถึงติดตามการระบายน้ำจากเขื่อนในจังหวัดกาญจนบุรี ประเมินปริมาณน้ำและเวลาที่น้ำจะไหลถึงพื้นที่ลุ่มและริมแม่น้ำ พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า
2. บูรณาการกำลังทหาร ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเครื่องมือและยานพาหนะ ระดมเครื่องสูบน้ำในพื้นที่ลุ่มและชุมชนหนาแน่น จัดรถสุขาเคลื่อนที่และห้องสุขาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เพียงพอ วางกำลังในพื้นที่เสี่ยง พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง และหากกำลังหรืออุปกรณ์ไม่เพียงพอ ให้ประสานศูนย์ ปภ. เขต และหน่วยงานในพื้นที่ทันที
3. ให้ความสำคัญกับการรักษาชีวิตประชาชนเป็นอันดับแรก เร่งช่วยเหลือและอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง พร้อมดูแลกลุ่มเปราะบางเป็นพิเศษ เช่น ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้พิการ
4. ให้จังหวัดเตรียมสถานที่พักพิง อาหาร น้ำดื่มสะอาด และสิ่งจำเป็นให้เพียงพอ หากเกิดการขาดแคลนน้ำดื่ม ให้ประสานการประปาส่วนภูมิภาคโดยเร่งด่วน พร้อมดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนในศูนย์พักพิงอย่างทั่วถึง
5. รายงานสถานการณ์ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมรายงานความคืบหน้าการจัดการอุทกภัย ผลกระทบ และการให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถสั่งการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
6. ให้ทุกหน่วยงานสื่อสารข้อเท็จจริงอย่างถูกต้องและเป็นเอกภาพ รายงานสถานการณ์น้ำ สภาพอากาศ และผลกระทบต่อโฆษกรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและป้องกันความสับสนจากข่าวปลอม
7. ในพื้นที่ไฟฟ้าดับและพื้นที่น้ำท่วม การจ่ายไฟต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก ขณะเดียวกัน การประปานครหลวงและการประปาส่วนภูมิภาคเร่งฟื้นฟูระบบประปาและจ่ายน้ำสะอาดให้ประชาชนโดยเร็วที่สุดเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย
8. ให้จังหวัดเร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือประชาชนตามระเบียบและหลักเกณฑ์ ดำเนินการด้วยความรวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรม หากพบอุปสรรคให้ประสานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพื่อเร่งแก้ไขและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อไป


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar