วันนี้ (20 ต.ค. 69) นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ให้การต้อนรับ พร้อมกล่าวให้โอวาทและให้กำลังใจแก่คณะนักกีฬาและผู้ฝึกสอนกีฬาสแต็คทีมไทย ภาคเหนือ นำโดย นางศรัณย์รัชต์ คำซาว ประธานชมรมกีฬาสแต็คภาคเหนือ และนักกีฬาสแต็คเยาวชนจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนทีมชาติไทย ไปเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาสแต็คชิงแชมป์เอเชีย 2569 (Asian Sport Stacking Championship 2026) ระหว่างวันที่ 6–8 พฤศจิกายน 2569 ที่จะถึงนี้ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ศรีราชา จังหวัดชลบุรี
.
การแข่งขันครั้งนี้มีนักกีฬาจาก 11 ประเทศ เข้าร่วมการแข่งรวมทั้งสิ้น 535 คน โดยภาคเหนือมีนักกีฬาได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนทีมชาติไทย จำนวน 19 คน พร้อมผู้ฝึกสอน 2 คน รวม 21 คน ประกอบด้วยนักเรียนจากโรงเรียนดาราวิทยาลัย 15 คน โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย 3 คน และเยาวชนจากสถานสงเคราะห์เด็กบ้านเวียงพิงค์ 1 คน ซึ่งจะเข้าร่วมการแข่งขันใน 5 รุ่น ประกอบด้วย รุ่นอายุ 15-17 ปี, รุ่นอายุ 12 ปี, รุ่นอายุ 11 ปี, รุ่นอายุ 9 ปี และ รุ่นอายุ 6-8 ปี
.
โดย นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า รู้สึกภาคภูมิใจที่เยาวชนจังหวัดเชียงใหม่ได้รับโอกาสทำหน้าที่เป็นนักกีฬาทีมชาติไทยตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งถือเป็นโอกาสที่หาได้ยาก พร้อมขอให้นักกีฬาทุกคนมุ่งมั่นฝึกซ้อมและใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ในการแข่งขัน โดยเชื่อมั่นว่าทั้งผู้ฝึกสอนและนักกีฬาจะสามารถสร้างผลงานที่ดี และนำชื่อเสียงและความภาคภูมิใจกลับมาสู่ประเทศไทยและจังหวัดเชียงใหม่ได้อย่างแน่นอน ขณะเดียวกัน ต้องชื่นชมครอบครัวที่ให้การสนับสนุนและเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้ทำในสิ่งที่รัก ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาศักยภาพ พร้อมสนับสนุนให้ทุกฝ่ายร่วมกันผลักดันเยาวชนอย่างต่อเนื่อง เพราะในอนาคตอาจสามารถสร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศได้
โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ยังได้มอบใบประกาศเกียรติคุณแก่คณะนักกีฬาและผู้ฝึกสอน เพื่อเป็นเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจก่อนเดินทางไปทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศไทยในเวทีระดับนานาชาติ ซึ่งการได้รับคัดเลือกครั้งนี้นับเป็นความภาคภูมิใจของนักกีฬา ผู้ปกครอง สถานศึกษา ชมรมกีฬาสแต็คภาคเหนือ และจังหวัดเชียงใหม่ เพราะนอกจากเป็นเวทีแสดงศักยภาพในระดับนานาชาติแล้ว กีฬาสแต็คยังช่วยเสริมสร้าง สมาธิ วินัย การทำงานเป็นทีม น้ำใจนักกีฬา และการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และที่สำคัญ จะเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญให้นักกีฬาสแต็คไทยได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักกีฬาจากนานาประเทศ และพัฒนาศักยภาพสู่มาตรฐานระดับเอเชียและระดับโลกต่อไป