วันนี้ (2 เม.ย. 69) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ แถลงสถานการณ์ผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 โดยระบุว่าฝุ่นส่งผลต่อสุขภาพทั้งระยะสั้นและระยะยาว ระยะเฉียบพลันทำให้เกิดอาการระคายเคือง เช่น แสบตา คัดจมูก และเลือดกำเดาไหล ซึ่งช่วงสถานการณ์ฝุ่นวิกฤตพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ขณะที่ระยะยาว ฝุ่นสามารถเข้าสู่กระแสเลือด เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง อาจเกิดอาการรุนแรงได้ใน 48–72 ชั่วโมง
ด้านสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เผยสถานการณ์ฝุ่นยังอยู่ระดับสีส้ม–แดง แม้จำนวนผู้ป่วยบางกลุ่ม เช่น ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด และเลือดกำเดาไหล ลดลงจากปีก่อน ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการป้องกันที่เข้มข้นและฝุ่นมาช้ากว่าปกติ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบด้านสุขภาพมักเกิดล่าช้าประมาณ 1 สัปดาห์ จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ขณะที่กลุ่มโรคระยะยาว เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด ยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง พร้อมพัฒนาระบบติดตามข้อมูลสุขภาพเชื่อมโยงสถานพยาบาล และศึกษาผลกระทบโรคอื่น เช่น มะเร็งปอด เพื่อใช้วางแผนนโยบายสุขภาพ
ทั้งนี้ สสจ.เชียงใหม่ได้เร่งดำเนินมาตรการป้องกัน อาทิ ให้ความรู้ประชาชนกว่า 7 แสนครัวเรือน แจกหน้ากากเกือบ 2 แสนชิ้น เปิดห้องปลอดฝุ่นกว่า 500 แห่ง และจัดตั้งคลินิกมลพิษในโรงพยาบาล 5 แห่ง เพื่อรองรับผู้ได้รับผลกระทบ
พร้อมย้ำขอความร่วมมือประชาชนป้องกันตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยสวมหน้ากาก N95 หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง ใช้เครื่องฟอกอากาศ และหากมีอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก หรือแน่นหน้าอก ควรรีบพบแพทย์ทันที