นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่เชียงใหม่ คุมเข้มไฟป่า–PM2.5 ย้ำฝ่ายปกครองเป็น “แม่ทัพหน้า” เดินหน้าบูรณาการแก้ปัญหาอย่างเด็ดขาด

.

วันนี้(20 เม.ย.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ณ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ภาค 3 ส่วนหน้า ภายในกองพลทหารราบที่ 7 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดยเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเร่งบูรณาการการทำงานอย่างเข้มข้น พร้อมกำชับฝ่ายปกครองทุกระดับทำหน้าที่เป็น “แม่ทัพหน้า” ในการควบคุมสถานการณ์อย่างจริงจัง

.

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยระบุว่า

“พื้นที่ภาคเหนือตอนบนกำลังสูญเสียโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ซึ่งส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาค เราไม่สามารถปล่อยให้สถานการณ์เช่นนี้ดำเนินต่อไปได้ เพราะจะกระทบต่อความเชื่อมั่นและความเป็นอยู่ของประชาชนในระยะยาว” พร้อมชี้ให้เห็นว่า สาเหตุของปัญหาหลักประกอบด้วย การเผาในพื้นที่ สภาพอากาศ และหมอกควันข้ามแดน ซึ่งอย่างน้อย 2 ปัจจัยเป็นสิ่งที่สามารถควบคุมได้ จึงขอให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการในส่วนที่รับผิดชอบอย่างเต็มที่ และนำเทคโนโลยีรวมถึงองค์ความรู้มาสนับสนุนการแก้ไขปัญหาให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

.

จากข้อมูลสถานการณ์ล่าสุด ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 17 เมษายน 2569 ภาคเหนือมีจุดความร้อนสะสมกว่า 78,856 จุด เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 34.16 โดยพบมากในจังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดเชียงใหม่ ขณะที่พื้นที่เผาไหม้รวมกว่า 5.9 ล้านไร่ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มค่าฝุ่น PM2.5 และค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ปรับตัวลดลงจากปีก่อนร้อยละ 28.41

.

ในการแก้ไขปัญหา กองทัพภาคที่ 3 ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ทั้งการลาดตระเวน การทำแนวกันไฟ การบังคับใช้กฎหมาย และการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับประชาชน รวมกว่า 11,000 ครั้ง พร้อมสนับสนุนกำลังพลและอากาศยาน ทั้งโดรนและเฮลิคอปเตอร์ ปฏิบัติภารกิจบินดับไฟกว่า 1,800 เที่ยว ใช้น้ำมากกว่า 1.6 ล้านลิตร รวมถึงการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อลดปัญหาหมอกควันข้ามแดน

.

นายกรัฐมนตรีได้กำชับเพิ่มเติมว่า ให้นายอำเภอเป็นศูนย์บัญชาการหลักในการรายงานและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน ต้องร่วมกันลาดตระเวน เฝ้าระวัง และป้องกันการลักลอบเผา โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง พร้อมย้ำให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังควบคู่กับการสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน

.

“การลงพื้นที่ครั้งนี้ต้องเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ต้องมีทั้งแนวทางและการดำเนินการที่ชัดเจน ผมพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อให้เราก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน” นายกรัฐมนตรีกล่าว

.

ทั้งนี้ รัฐบาลขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นเหตุไฟป่า สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที เพื่อให้เข้าควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ปฏิบัติงานอย่างเสียสละตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่

.


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar