วันนี้ (9 พ.ค. 69) ที่ห้องสัมมนา ร.ต.ท.แก้ว เนตตโยธิน อาคารศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้สิรินธร ชั้น 1 มหาวิทยาลัยพายัพ วิทยาเขตแม่คาว นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “หลักสูตรพัฒนาทักษะการประกอบอาชีพสำหรับผู้ประกอบการและบุคลากรด้านอุตสาหกรรมและธุรกิจดิจิทัล (Digital Worker Upskill)” พร้อมเปิดตัวโครงการ “เชียงใหม่เมืองแห่งอุตสาหกรรมและธุรกิจดิจิทัลระดับโลก” โดยมี นายสงกรานต์ มูลวิจิตร อุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ หัวหน้าส่วนราชการ นายกสมาคมธุรกิจดิจิทัลภาคเหนือ คณะที่ปรึกษา วิทยากร และผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 200 คน เข้าร่วมกิจกรรม
.
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มีบทบาทสำคัญต่อการทำธุรกิจและการทำงานในอนาคต จึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาทักษะบุคลากรให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง รวมถึงส่งเสริมให้ภาคธุรกิจใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารจัดการ ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน
.
สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ จัดโครงการดังกล่าวขึ้น เพื่อพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลให้กับผู้ประกอบการ บุคลากร และผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมดิจิทัล ให้สามารถนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับจังหวัดเชียงใหม่
.
กิจกรรมประกอบด้วย
1. การอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร Digital Worker Upskill สำหรับผู้ผ่านการคัดเลือกรอบแรก จำนวน 200 คน รวมระยะเวลา 30 ชั่วโมง ระหว่างวันที่ 9–10 และ 16–18 พฤษภาคม 2569 เพื่อพัฒนาทักษะด้าน AI และต่อยอดสู่การพัฒนาต้นแบบ (Prototype) โดยผู้เชี่ยวชาญในแวดวงดิจิทัล
.
2. การให้คำปรึกษาเชิงลึกในการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการดิจิทัลมูลค่าสูง สำหรับผู้ผ่านการคัดเลือกรอบที่ 2 จำนวน 40 กิจการหรือทีม โดยมีการโค้ชแบบตัวต่อตัว จำนวน 4 ครั้ง เพื่อพัฒนา Prototype ให้สามารถใช้งานได้จริง
3.การประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการตลาด สำหรับ 40 กิจการหรือทีมที่ผ่านการคัดเลือกในรอบที่ 2 เพื่อจัดแสดงผลงาน (Showcase) บนเวที และต่อยอดเชิงพาณิชย์ พร้อมชิงเงินรางวัลรวมกว่า 300,000 บาท
.
กิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการพัฒนากำลังคนดิจิทัล ทั้งในกลุ่มผู้ประกอบการ นักศึกษาจบใหม่ และบุคลากรในภาคอุตสาหกรรม ที่มีความมุ่งมั่นในการเรียนรู้และพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เสริมสร้างองค์ความรู้ด้านดิจิทัล และเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติของโลกอนาคต รวมถึงสร้างการลงทุน การจ้างงาน และการสร้างรายได้ในอุตสาหกรรมดิจิทัลของจังหวัดเชียงใหม่อย่างต่อเนื่องต่อไป