จังหวัดเชียงใหม่ วางมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย

จังหวัดเชียงใหม่ วางมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย โดยรวบรวมการกระทำความผิด จากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำเป็นชุดข้อมูล Big Data เพื่อขับเคลื่อนในภาพรวมของจังหวัด

วันนี้ (18 พ.ค. 69) เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 2 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นำคณะทำงานฯ ทั้งหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

ปัจจุบันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นและมีรูปแบบที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้นส่งผลกระทบต่อประชาชนเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศไม่ว่าจะเป็นการหลอกลวงผ่านสื่อสังคมออนไลน์การฉ้อโกงทางการเงินการเผยแผ่ข้อมูลอันเป็นเท็จตลอดจนการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการกระทำความผิดในรูปแบบต่างๆซึ่งสร้างความเสียหายแก่ประชาชนเป็นวงกว้าง อีกทั้งยังพบปัญหาการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่ผิดกฎหมายอันส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจการแข่งขันทางการค้าและความเชื่อมั่นในการบังคับใช้กฎหมายของภาครัฐ

นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ ได้ให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีรวมถึงการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวอย่างจริงจัง โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยว เช่น ตำรวจ ตม. สำนักงานพาณิชย์ สำนักงานที่ดิน และหน่วยงานอื่นๆ ที่มีข้อมูลที่เกี่ยวข้อง รวบรวมข้อมูลส่งให้ที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะฝ่ายเลขา เพื่อจัดทำเป็นชุดข้อมูล Big Data ของจังหวัด เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนเป็นภาพรวมของจังหวัดเชียงใหม่

ทั้งนี้ ในที่ประชุมตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ รายงานว่า พบสถิติการกระทำความผิดและการจับกุมเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่ โดยมีสถิติการแจ้งความออนไลน์ทั้งหมด จำนวน 47,677 เคสไอดี สิ้นสุดแล้ว จำนวน 16,238 ซึ่งเคสไอดี คิดเป็นร้อยละ 34 และมีผลการดำเนินคดีกับคนไทยข้ามแดนจากกัมพูชา ซึ่งตรวจสอบแล้วพบเป็นเคสไอดี ที่รับเรื่องแล้ว จำนวน 39 เคส ดำเนินการแล้ว จำนวน 18 เคส

ด้านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงใหม่ รายงานผลการจับกุม ตั้งแต่เดือนตุลา 68 - เมษา 69 พบว่ามีการจับกุมทั้งหมดรวม 339 คดี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนเมียนมา โดยถ้าหากพบพฤติกรรมต้องสงสัย ตม. สามารถสั่งห้ามเข้าหรือออกประเทศ หรือเพิกถอนวีซ่าได้ทันที

ด้านสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ รายงานว่า ปัจจุบันมีชาวต่างชาติถือหุ้นทางธุรกิจร่วมกับคนไทยประมาณ 5,000 ราย จากหุ้นทั้งหมด 33,000 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ชาวอเมริกัน และชาวสิงคโปร์ ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ร้านอาหาร และธุรกิจนำเที่ยว โดยที่ผ่านมาสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ ได้บูรณาการร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในการตรวจสอบธุรกิจที่อาจอยู่ในข่ายของนอมินี ทั้งนี้ได้สร้างการรับรู้ความเข้าใจ รวมถึงการคุ้มครองสิทธิแก่ผู้ถือสิทธิในธุรกิจต่าง ๆ ด้วย

ด้านสำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ รายงานว่า ได้มีการดำเนินการตรวจสอบการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของคนต่างด้าวที่ผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง ทั้งมาตรการป้องกันก่อนจดทะเบียน มาตรการตรวจสอบภายหลังการจดทะเบียน และการดำเนินการของพนักงานที่ดิน

สำหรับ ที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงใหม่ รายงานต่อที่ประชุมว่า ได้ดำเนินการตรวจสอบกรณีการสวมสิทธิ์ ทุจริตทางทะเบียน และสัญชาติ กว่า 88,000 คน ซึ่งดำเนินการไปแล้ว จำนวน 30,000 กว่าคน

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ยังได้กำชับให้ทุกอำเภอให้ตื่นตัวในการตรวจสอบและชี้เป้าให้กับจังหวัด เพื่อการเข้าไปดำเนินการโดยทันที เน้นย้ำให้ทำงานอย่างละเอียดรอบคอบมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่จ้องกระทำผิดใช้ช่องว่างทางกฎหมายมาใช้เป็นช่องทางกระทำผิดซ้ำอีก อีกทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาข้อมูลของสแกมเมอร์ในทุกมิติต่อไป


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar