วันนี้ (2 มิ.ย. 69) เวลา 13.40 น. ที่ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 แบบบูรณาการ จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 4/2569 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
ที่ประชุมได้รายงานภาพรวมของสถานการณ์ฯ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 31 พ.ค. 2569 พบว่า สถิติจุดความร้อนสะสมใน 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เชียงดาว 1,532 จุด อ.ฮอด 1,173 จุด อ.แม่แจ่ม 1,095 จุด อ.อมก๋อย 1,076 จุด และ อ.แม่แตง 790 จุด มีสถิติจุดความร้อน (Hotspot) รวมทั้งหมด 11,023 จุด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่า โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2568 ในห้วงเวลาเดียวกันกว่า 6,314 จุด และเดือนมกราคม - เมษายน 2569 มีพื้นที่เผาไหม้สูงสุดอยู่ที่ อ.แม่แจ่ม จำนวน 253,040 ไร่ ขณะที่คุณภาพอากาศในห้วงเวลาเดียวกันระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 31 พฤษภาคม 2569 ที่เกินค่ามาตรฐาน 37.5 มคก./ลบ.ม. ปี 2569 ลดลงจากปี 2568 อยู่ 7 วัน
ด้านสาธารณสุขได้มีการประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้ความรู้ผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่น PM2.5 พร้อมทั้งข้อแนะนำในการปฏิบัติตัวตามระดับค่าฝุ่น โดยจัดบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขลงพื้นที่ให้ความรู้ถึงบ้าน พร้อมทั้งแจกหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นแก่ประชาชน กว่า 2,066,184 ชิ้น
สำหรับผลการจับกุมดำเนินคดีผู้ฝ่าฝืนประกาศจังหวัดเชียงใหม่ ตามมาตรการควบคุมการเผาของจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 31 พ.ค. 2569 พบว่า มีการจับกุมทั้งหมด 245 คดี ผู้ต้องหา 262 ราย โดยดำเนินการไปแล้ว จำนวน 221 คดี ผู้ต้องหา 223 ราย
ขณะเดียวกัน จังหวัดเชียงใหม่ยังดำเนินโครงการ "เชียงดาวโมเดล" เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นการบริหารจัดการพื้นที่สงวนชีวมณฑลเชียงดาวและหมู่บ้านโดยรอบ 34 แห่ง เน้นการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างแผนบูรณาการให้แล้วเสร็จก่อนปี 2570 และมุ่งแก้ปัญหาไฟป่าจากต้นเหตุควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิต
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังร่วมหารือเพื่อพิจารณาการดำเนินการประชุมเพื่อถอดบทเรียนการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ระดับจังหวัด และการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการกำหนดมาตรการ แนวทางการป้องกันและ แก้ไขปัญหาไฟป่า และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) จังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มเป้าหมาย 200 ราย เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นต่อไป