วันนี้ (22 มิ.ย. 69) ที่ ห้องรับรอง ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ นางลุยชา ราแกร์ เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย และคณะ ในโอกาสมาเข้าเยี่ยมคารวะ เพื่อแนะนำตัว และหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกันเกี่ยวกับประเด็นในระดับท้องถิ่นของจังหวัดเชียงใหม่ สถานการณ์ทั่วไปในปัจจุบัน รวมถึงปัญหาหรือข้อกังวลต่าง ๆ ในพื้นที่
ในการหารือ ฝ่ายสหภาพยุโรปได้สอบถามถึงแนวทางการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ โดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ ชี้แจงว่า สาเหตุหลักส่วนหนึ่งมาจากการเผาในพื้นที่ป่า ซึ่งเป็นพื้นที่ของประชาชนในการใช้ทำกิน โดยจังหวัดได้ดำเนินการสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน ควบคู่กับมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและเข้าดับไฟ เพื่อลดผลกระทบ
จังหวัดเชียงใหม่ยังเสนอให้สหภาพยุโรปสนับสนุนการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ชนบท ซึ่งมองว่าเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว โดยฝ่ายสหภาพยุโรประบุว่า ที่ผ่านมาได้สนับสนุนภาคประชาสังคมในบางส่วน พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการร่วมมือแก้ไขปัญหามลพิษอย่างต่อเนื่อง
รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้กล่าวถึงปัญหาด้านสิทธิทำกินของประชาชนในพื้นที่ป่า ซึ่งส่งผลต่อข้อจำกัดด้านการพัฒนาผลผลิตและการส่งออก โดยประเทศไทยอยู่ระหว่างเร่งแก้ไขข้อกฎหมายและจัดการปัญหาดังกล่าว หากสามารถแก้ไขได้ จะช่วยให้จังหวัดเชียงใหม่สามารถส่งเสริมและรับรองมาตรฐานสินค้า เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงขอรับการสนับสนุนจากสหภาพยุโรปในการส่งเสริมสินค้าและการเชื่อมโยงตลาดยุโรป
ด้าน เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย กล่าวว่า ต้องการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกับประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน พร้อมให้การสนับสนุนความร่วมมือในด้านต่าง ๆ เพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาและการลงทุนในอนาคต โดยในด้านการท่องเที่ยว ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงความสำคัญของความปลอดภัยทางถนน ซึ่งเป็นประเด็นที่สหภาพยุโรปให้ความสำคัญ รวมถึงการส่งเสริมเที่ยวบินเชื่อมโยงระหว่างประเทศไทยและยุโรป โดยจะมีการหารือในระดับทวิภาคีต่อไป พร้อมเสนอให้มีการสนับสนุนการท่องเที่ยวระดับชุมชน เพื่อกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ขณะที่ด้านสังคม จังหวัดเชียงใหม่ได้รายงานถึงการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยจังหวัดได้ดำเนินงานส่งเสริมและดูแลกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มชาติพันธุ์ เด็ก และเยาวชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหนึ่งในปัญหาสำคัญคือผู้สูงอายุจำนวนหนึ่งต้องใช้ชีวิตเพียงลำพังและขาดผู้ดูแล
โอกาสนี้ เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปฯ ได้ชื่นชมรัฐบาลไทยในการให้ความช่วยเหลือผู้พลัดถิ่นบริเวณชายแดนไทย โดยสนับสนุนให้มีโอกาสประกอบอาชีพในประเทศ พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองถึงข้อจำกัดต่าง ๆ เช่น ภาษา กฎหมาย และการเข้าถึงสิทธิ ซึ่งประเทศไทยอยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไข รวมถึงพัฒนาทักษะด้านภาษาและอาชีพ เพื่อรองรับแนวโน้มแรงงานในภาคการเกษตรและภาคบริการที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต
การหารือครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความร่วมมือระหว่างจังหวัดเชียงใหม่และสหภาพยุโรป เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่อย่างสมดุล ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน