วันนี้ (24 มิ.ย. 69) ณ ห้องประชุมโรงเรียนแม่แจ่ม ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นำคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด ลงพื้นที่และเป็นประธานการประชุมรับฟังปัญหาในพื้นที่ ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมี นายเกรียงศักดิ์ บุญตาปวน นายอำเภอแม่แจ่ม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อบูรณาการแนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมและรวดเร็ว
ในการประชุมครั้งนี้ อำเภอแม่แจ่มได้สะท้อนประเด็นปัญหาและความต้องการที่สำคัญของพื้นที่ในหลายมิติ เพื่อให้ทางจังหวัดร่วมกำหนดแนวทางแก้ไข โดยเฉพาะปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งประชาชนต้องการให้มีการขยายเขตไฟฟ้าเข้าถึงหย่อมบ้านที่ห่างไกล การก่อสร้างและซ่อมแซมถนนคอนกรีตเสริมเหล็กเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้าน ตำบล และอำเภอใกล้เคียง เพื่ออำนวยความสะดวกในการสัญจรและขนส่งผลิตผลทางการเกษตร โดยเฉพาะการเร่งซ่อมแซมสะพานแม่ซาซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรหลักของหมู่บ้านที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยเมื่อปี 2568 รวมถึงการซ่อมแซมประตูระบายน้ำฝายหลวงแม่แจ่มที่ชำรุดให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติเพื่อรองรับการระบายน้ำในช่วงฤดูฝน นอกจากนี้ ยังมีปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีความต้องการให้ขุดลอกแม่น้ำแม่แจ่มในพื้นที่ตำบลแม่ศึก ตำบลช่างเคิ่ง และตำบลท่าผา เนื่องจากแม่น้ำมีตะกอนดินสะสมจนตื้นเขิน และไม่ได้รับการขุดลอกมาเป็นเวลานาน
ทางด้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับทราบทุกประเด็นปัญหาและให้คำแนะนำเบื้องต้นแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการบริหารจัดการระดับพื้นที่ โดยจังหวัดจะได้นำข้อมูลทั้งหมดไปหารือ และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาต่อไป พร้อมกันนี้ได้เน้นย้ำการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ 5 ด้าน ประกอบด้วย ด้านที่หนึ่ง การสร้างความเข้าใจและสร้างกระบวนการชุมชนเพื่อลดการเผาป่า รวมถึงการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อให้เกิดการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน ด้านที่สอง การส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชน โดยชูอัตลักษณ์ของพื้นที่ทั้งในเรื่องวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ ความมีน้ำใจของคนในพื้นที่ และการเตรียมความพร้อมของสถานที่พัก ด้านที่สาม การดูแลเด็กและกลุ่มเปราะบางในครอบครัวที่มีช่องว่างระหว่างวัยเพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพจิตและยาเสพติด โดยจังหวัดพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และจะประสานส่วนกลางเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาในกรณีที่เกินศักยภาพ ด้านที่สี่ การเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้งจากสถานการณ์เอลนีโญ โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังจุดเสี่ยงน้ำหลากและดินโคลนถล่ม พร้อมจัดทำระบบแจ้งเตือนและแผนอพยพอย่างรัดกุม และด้านที่ห้า การแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งต้องอาศัยกลไกชุมชนเป็นศูนย์กลางในการเฝ้าระวัง ค้นหา และบำบัดฟื้นฟู เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่ระดับบุคคล ครอบครัว และคืนคนดีสู่สังคมอย่างยั่งยืน