วันนี้ (1 กรกฎาคม 2569) นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นำคณะและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ติดตามและประเมินผลโครงการภายใต้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในพื้นที่อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงาน รับฟังปัญหาอุปสรรค และให้ข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนโครงการให้เป็นไปตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้ได้ติดตามโครงการสำคัญ 3 โครงการ ประกอบด้วย
จุดแรก โครงการป้องกันและลดความเสี่ยงของภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กิจกรรมก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งแม่น้ำปิง บ้านสันควงคำ หมู่ที่ 6 ตำบลท่าวังพร้าว อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ความยาวไม่น้อยกว่า 250 เมตร งบประมาณ 13.34 ล้านบาท ดำเนินการโดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันมีความก้าวหน้าการดำเนินงานกว่าร้อยละ 32 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2569 ซึ่งจะช่วยป้องกันการกัดเซาะตลิ่งและลดความเสี่ยงจากอุทกภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่
จุดที่สอง ติดตามโครงการก่อสร้างปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ บริเวณทางหลวงหมายเลข 108 ตอนเชียงใหม่–ปากทางท่าลี่ ช่วงกิโลเมตรที่ 29+000 ถึง 29+800 (เก๊าไม้ล้านนา) ตำบลบ้านกลาง อำเภอสันป่าตอง โดยก่อสร้างท่อลอดเหลี่ยมคอนกรีตเสริมเหล็กแทนท่อลอดกลม พร้อมรางระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก ได้รับงบประมาณ 8.06 ล้านบาท ดำเนินการโดยแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 1 ซึ่งขณะนี้ดำเนินงานแล้วเสร็จและเปิดใช้งานเป็นลำดับต่อไป
และจุดที่สาม ลงพื้นที่ติดตามโครงการก่อสร้างปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ บริเวณทางหลวงหมายเลข 108 ตอนเชียงใหม่–ปากทางท่าลี่ ช่วงกิโลเมตรที่ 24+400 ถึง 26+800 บริเวณตลาดนัดทุ่งฟ้าบด ตำบลยุหว่า อำเภอสันป่าตอง เป็นการก่อสร้างท่อลอดเหลี่ยมคอนกรีตเสริมเหล็กและปรับปรุงระบบระบายน้ำ งบประมาณ 24.84 ล้านบาท ปัจจุบันมีความก้าวหน้าการดำเนินงานร้อยละ 93.35 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ 2569
ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ ตรวจพื้นที่ก่อสร้างและให้ข้อเสนอแนะหลังรับฟังรายงานผลการดำเนินงาน ปัญหา/อุปสรรค จากหน่วยงานเจ้าของโครงการการ เพื่อให้ทุกโครงการสามารถดำเนินการได้ตามแผนงาน เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และช่วยยกระดับความปลอดภัยด้านการป้องกันอุทกภัย รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่อย่างยั่งยืนต่อไป