กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยบูรณาการทุกหน่วยงาน เตรียมพร้อมรับภัยแล้งจากเอลนีโญ ลดผลกระทบต่อประชาชน

วันนี้ (9 ก.ค. 69) เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุม 4 ชั้น 4 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายวัฒนา สาคร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ นำส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ผ่านระบบ Zoom Meeting เพื่อติดตามสถานการณ์และเตรียมการป้องกัน แก้ไขปัญหาภัยแล้งจากปรากฏการณ์เอลนีโญ โดยมี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานการประชุมฯ พร้อมด้วยกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจากทุกจังหวัด เข้าร่วมประชุม

ที่ประชุมได้รับทราบแนวทางการเตรียมความพร้อมรับมือภัยแล้ง ปี 2569 โดยกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้กำหนดมาตรการสำคัญ 7 ด้าน เพื่อให้ทุกจังหวัดนำไปดำเนินการอย่างเป็นระบบ ได้แก่ การติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์ การจัดทำแผนเผชิญเหตุภัยแล้ง การเตรียมกำลังพล วัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องจักรกล การสำรวจ ซ่อมแซมแหล่งน้ำและวางแผนแจกจ่ายน้ำ การจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ การบูรณาการการปฏิบัติเมื่อเกิดหรือคาดว่าจะเกิดภัยแล้ง รวมถึงการรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า ในช่วงวันที่ 15 พฤษภาคม - 7 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา พื้นที่ภาคเหนือและภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีปริมาณฝนค่อนข้างมาก ขณะที่หลายพื้นที่ของประเทศมีฝนตกน้อยหรือเกิดฝนทิ้งช่วงแล้ว พร้อมคาดการณ์ว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญมีแนวโน้มพัฒนาตัวสูงสุดในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569 ถึงมกราคม 2570 ซึ่งอาจส่งผลให้ประเทศไทยมีปริมาณฝนลดลง และมีความเสี่ยงเผชิญสถานการณ์ภัยแล้งมากกว่าปีที่ผ่านมา

ขณะที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ รายงานว่า จากการติดตามพื้นที่เสี่ยงฝนทิ้งช่วงย้อนหลัง 15 วัน ระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน - 4 กรกฎาคม 2569 พบพื้นที่เสี่ยงรวม 35 อำเภอ ใน 3 จังหวัด โดยส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ตอนล่างของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก ซึ่งมีปริมาณฝนน้อยและมีโอกาสเกิดภาวะฝนทิ้งช่วง

ด้านกรมชลประทาน คาดการณ์ว่า ปี 2569 จะมีความต้องการใช้น้ำในช่วงฤดูฝนประมาณ 32,237 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยมีแผนจัดสรรน้ำ 14,956 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันมีปริมาณน้ำกักเก็บ 41,965 ล้านลูกบาศก์เมตร และได้จัดสรรน้ำไปแล้ว 8,648 ล้านลูกบาศก์เมตร ในช่วงวันที่ 1 พฤษภาคม - 8 กรกฎาคม 2569 พร้อมคาดว่าปริมาณน้ำกักเก็บ ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 จะอยู่ที่ 57,333 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งทุกหน่วยงานจะร่วมกันบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบจากภัยแล้งต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด

ทั้งนี้ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้กำชับให้ทุกจังหวัดเฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัยและวาตภัยที่อาจเกิดขึ้นควบคู่กัน พร้อมเร่งสำรวจและขยายแหล่งน้ำดิบเพิ่มเติม เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ตลอดจนบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วนให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar