วันนี้ (24 ส.ค. 69) สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) จัดกิจกรรม “สื่อมวลชนสัญจร สืบสานพระราชดำริ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569” โดย นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการสำนักงาน กปร. ได้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ ณ โครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ดอยม่อนล้าน อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ เพื่อร่วมสัมผัสผลสำเร็จของการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนบนพื้นที่สูง ควบคู่กับการฟื้นฟูป่าต้นน้ำอย่างสมดุล โดยมี นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน
.
นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการสำนักงาน กปร. กล่าวว่า กิจกรรมสื่อมวลชนสัญจรครั้งนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ลงพื้นที่สัมผัสผลสำเร็จของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทำให้เห็นภาพการพัฒนาที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งนำเรื่องราว องค์ความรู้ และประสบการณ์ที่ได้รับไปถ่ายทอดสู่ประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะหัวใจสำคัญของการพัฒนาพื้นที่สูง คือ การทำให้คนสามารถมีอาชีพและมีรายได้ควบคู่ไปกับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ทำให้คนสามารถอยู่ร่วมป่าได้อย่างเกื้อกูลกัน นำไปสู่ความมั่นคงทั้งคนและสิ่งแวดล้อม และเกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป
.
การลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะสื่อมวลชนได้เยี่ยมชมการส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสมกับพื้นที่สูง ผ่านนิทรรศการและผลิตภัณฑ์ของโครงการ เช่น กาแฟ ชา ผลผลิตทางการเกษตร และสินค้า OTOP ของอำเภอพร้าว พร้อมชมศาลาทรงงาน ภาพถ่ายพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินทรงงาน ณ ดอยม่อนล้าน รวมทั้งเยี่ยมชมแปลงพืชผักเมืองหนาว และไม้ผลที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่สูง เช่น แมคคาเดเมีย พลับ และอะโวคาโด ตลอดจนพื้นที่แปลงเกษตรกรต้นแบบ ได้แก่ แปลงปลูกกาแฟใต้ร่มไม้ ภายใต้แบรนด์ “กาแฟอาข่าอาบูหญ่า” ซึ่งเป็นรูปแบบการเกษตรที่ช่วยรักษาระบบนิเวศป่าไม้ ควบคู่กับการสร้างผลผลิตและรายได้ที่มั่นคง นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชมการทำนาแบบขั้นบันไดที่ให้ผลผลิตสูงและการปลูกไม้ผลในรูปแบบเกษตรผสมผสานวนเกษตร ร่วมกับการบริหารจัดการน้ำจากระบบประปาภูเขาและใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า
.
ความสำเร็จของดอยม่อนล้าน ไม่ได้สะท้อนเพียงเรื่องของผลผลิตทางการเกษตรหรือรายได้ของเกษตรกร แต่เป็นภาพของ “การพัฒนาที่เดินไปพร้อมกันทั้งคน ป่า และน้ำ” เมื่อประชาชนมีทางเลือกในการประกอบอาชีพที่เหมาะสม ก็สามารถลดการพึ่งพาการใช้ประโยชน์จากป่า ส่งผลต่อความมั่นคงด้านอาชีพ คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว รวมทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย