กรอ.กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ติดตามเศรษฐกิจ–การท่องเที่ยว ชี้เศรษฐกิจภาคเหนือทรงตัว จับตาค่าครองชีพ–ต้นทุนพลังงาน พร้อมเดินหน้ากระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงกรีนซีซัน

วันนี้ (31 ส.ค. 69) เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุม 4 ชั้น 4 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 (กรอ.กลุ่มจังหวัด) ครั้งที่ 5/2569 โดยมีผู้แทนส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชน และผู้แทนจากจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน และลำปาง เข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบ Zoom Meeting

ที่ประชุมได้รับทราบสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินจากธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ โดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.00 ต่อปี พร้อมประเมินว่าเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวตามที่คาดการณ์ แต่การเติบโตยังอยู่ในระดับต่ำและไม่ทั่วถึง โดยต้องติดตามแรงส่งของการบริโภคภาคเอกชนภายหลังมาตรการภาครัฐสิ้นสุดลง รวมถึงผลจากวงจรการลงทุนด้าน AI ที่อาจส่งต่อไปยังภาคเศรษฐกิจอื่น ๆ

ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำกว่าที่คาด แม้มีแนวโน้มปรับสูงขึ้นชั่วคราวจนถึงช่วงต้นปีหน้า จากผลของปรากฏการณ์เอลนีโญและการทยอยส่งผ่านต้นทุน ก่อนจะกลับมาอยู่ในระดับต่ำตามผลของฐานราคาและอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังอ่อนแอ ส่วนสินเชื่อโดยรวมขยายตัวจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เป็นสำคัญ ขณะที่ภาวะการเงินของผู้ประกอบการ SMEs และครัวเรือนรายได้น้อยยังมีความตึงตัว และคุณภาพสินเชื่อมีแนวโน้มด้อยลง

สำหรับเศรษฐกิจภาคเหนือในเดือนกรกฎาคม 2569 ทรงตัวจากเดือนก่อน โดยการบริโภคอยู่ในระดับใกล้เคียงเดิมและยังได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ ขณะที่การท่องเที่ยว การผลิตภาคอุตสาหกรรม และการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัว ด้านรายได้เกษตรกรปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย ส่วนการลงทุนภาคเอกชนยังหดตัว

ในส่วนของภาคการเกษตร ที่ประชุมรายงานสถานการณ์ราคาข้าวที่ปรับตัวลดลง ขณะที่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีราคาลดลงจากปัญหาคุณภาพและความชื้น อาจส่งผลให้ผลผลิตลดลงประมาณร้อยละ 1.86

ด้านสถานการณ์การท่องเที่ยวของภาคเหนือ มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น โดยในช่วง Low Season มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเป็นกลุ่มหลัก อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวยังคงให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายและความคุ้มค่าในการเดินทาง จึงจำเป็นต้องมีมาตรการและกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วง Green Season เพื่อเพิ่มการเดินทางและกระจายรายได้สู่พื้นที่

สำหรับแนวโน้มในช่วง 2–3 เดือนข้างหน้า (ส.ค.– ก.ย. 2569) ภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจยังเผชิญแรงกดดันจากการอยู่นอกฤดูกาลท่องเที่ยว รวมถึงความท้าทายด้านต้นทุนพลังงาน โดยมีมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เป็นหนึ่งในกลไกสนับสนุนกำลังซื้อ ขณะที่ช่วง 4–6 เดือนข้างหน้า (ต.ค.–ธ.ค. 2569) แม้ปัจจัยด้านค่าครองชีพยังเป็นแรงกดดัน แต่การเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ในไตรมาสสุดท้าย คาดว่าจะช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจภาคเหนือกลับมาขยายตัวได้อีกครั้ง

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบประเด็นการป้องกันปัญหาบัญชีม้า โดยธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความสำคัญกับกรณีเยาวชนถูกหลอกให้เปิดบัญชีหรือทำหน้าที่เป็นบัญชีม้า รวมถึงมาตรการเกี่ยวกับการกำหนดวงเงินในการโอนเงินต่อวัน เพื่อป้องกันและลดความเสียหายจากอาชญากรรมทางการเงิน

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 รวมถึงโครงการส่งเสริมและพัฒนาด้านเศรษฐกิจ การเกษตร และการท่องเที่ยว เช่น การจัดแสดงนวัตกรรมและจำหน่ายสินค้าในงาน Lanna Expo 2026 และโครงการ “Northern Agriculture and Innovation Fair” เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ส่งเสริมการตลาด และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในพื้นที่เชื่อมโยงกับตลาดทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้ การประชุม กรอ.กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 มุ่งบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ โดยเฉพาะการดูแลค่าครองชีพ การสร้างรายได้ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการ การกระตุ้นการท่องเที่ยว และการเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 อย่างต่อเนื่อง


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar