วันนี้ (3 ก.ย. 69) เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ สำนักงานชลประทานที่ 1 (SWOC1) นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดเชียงใหม่ กรณีอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ปี 2569 ครั้งที่ 4/2569 เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ รายงานว่า ขณะนี้ปริมาณฝนในพื้นที่เริ่มลดน้อยลง อย่างไรก็ตาม ในช่วงวันที่ 4–7 กันยายน 2569 ภาคเหนือยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง จากอิทธิพลของร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลาง พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จึงขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม
ด้านสำนักงานชลประทานที่ 1 เชียงใหม่ รายงานสถานการณ์น้ำว่า ปัจจุบันแม่น้ำในหลายพื้นที่เริ่มมีปริมาณน้ำลดลง ขณะที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ได้ดำเนินการตามมาตรการเตรียมความพร้อม โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่เสี่ยงเพื่อให้สามารถระบายน้ำได้ดี และเตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์
ที่ประชุมยังได้ติดตามค่าดัชนีความชุ่มชื้นของดิน หรือ API (Antecedent Precipitation Index) ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับใช้ประกอบการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย โดยส่วนอุทกวิทยาที่ 1 เชียงใหม่ รายงานว่า พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ อำเภออมก๋อย ซึ่งมีค่าความชุ่มชื้นในดินสูงถึง 249 มิลลิเมตร สะท้อนว่าดินมีความชุ่มน้ำสูง จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังต่อความเสี่ยงดินถล่มและดินโคลนไหล โดยขอให้ทุกอำเภอติดตามค่าความชุ่มชื้นของดินอย่างใกล้ชิด
นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า หากพื้นที่ใดไม่มีสัญญาณโทรศัพท์หรือไม่สามารถรับการแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast ได้ ผู้นำท้องที่ต้องเร่งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนผ่านช่องทางอื่น เช่น เสียงตามสาย หรือการประกาศกระจายเสียง หากพื้นที่ไหนไม่มีไฟฟ้า ควรจะมีวิทยุทรานซิสเตอร์ เพื่อรับฟังการประกาศแจ้งเตือนภัยจากส่วนราชการ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างทั่วถึง พร้อมมอบหมายให้นายอำเภอตรวจสอบพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์หรือมีสัญญาณอ่อน ให้ประสานมายังจังหวัดและประสานผู้ให้บริการโทรศัพท์ดำเนินการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนักและดินโคลนถล่ม
นอกจากนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ยังเน้นย้ำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดฝึกอบรมการใช้ กระบอกวัดปริมาณน้ำฝน ให้แก่ประชาชนหรือผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ เพื่อให้สามารถตรวจวัดและรายงานปริมาณน้ำฝนมายังจังหวัดได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นส่วนสำคัญในการประเมินสถานการณ์และประกอบการออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนให้ทันต่อเหตุการณ์ รวมถึงเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนในการเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ
พร้อมทั้งได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมด้านกำลังพล ยานพาหนะ และอุปกรณ์สำหรับการช่วยเหลือประชาชนให้พร้อมปฏิบัติงานอยู่ตลอดเวลา พร้อมให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะการเข้าพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย
จังหวัดเชียงใหม่จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 4–7 กันยายน 2569 และเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงควรหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ลำน้ำ พื้นที่ลาดเชิงเขา และเส้นทางที่อาจเกิดดินโคลนถล่ม พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด