วันนี้ (5 ก.ย. 69) เวลา 11.00 น. ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดการแข่งขันประกวดการขับร้องเพลงลูกกรุง เพลงลูกทุ่ง และเพลงไทยร่วมสมัย ภายใต้โครงการ “เยาวชนสืบสานรักษ์เพลงไทย” จัดโดยสำนักงานพระคลังข้างที่ โดยมี นายปัทมนิธิ เสนาณรงค์ หัวหน้าฝ่ายบริหารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่สำนักงานพระคลังข้างที่ ผู้บริหารบริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) นายกสมาคมนักเพลงลูกทุ่งแห่งประเทศไทย คณะครู ผู้ปกครอง และเยาวชนผู้เข้าร่วมประกวด เข้าร่วมงาน
โครงการ “เยาวชนสืบสานรักษ์เพลงไทย” จัดขึ้นเพื่อเปิดเวทีให้เยาวชนทั่วประเทศได้แสดงออกถึงความสามารถด้านการขับร้องเพลงไทย ตลอดจนเป็นพื้นที่ในการถ่ายทอดความฝันและพัฒนาศักยภาพของเยาวชน โดยมุ่งหวังให้เยาวชนได้ก้าวไปข้างหน้า ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใด พร้อมทั้งส่งเสริมให้เห็นคุณค่าของเพลงไทย ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนวิถีชีวิต ความงดงามทางภาษา และภูมิปัญญาของคนไทย
สำหรับการประกวดรอบภูมิภาคที่ 1 ภาคเหนือ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5–6 กันยายน 2569 โดยวันที่ 5 กันยายน เป็นการประกวดประเภท เพลงลูกกรุงและเพลงลูกทุ่ง ส่วนวันที่ 6 กันยายน เป็นการประกวดประเภท เพลงไทยร่วมสมัย ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต
การประกวดรอบออดิชั่นที่ผ่านมา มีเยาวชนสมัครเข้าร่วมโครงการจำนวน 2,205 คน ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจนได้ผู้ผ่านเข้ารอบจำนวน 360 คน แบ่งการประกวดออกเป็น 4 ภูมิภาค ภูมิภาคละ 90 คน ประชันเสียงร้องผ่าน 3 ประเภทเพลง ได้แก่ เพลงลูกกรุง เพลงลูกทุ่ง และเพลงไทยร่วมสมัย ก่อนจะคัดเลือกผู้ผ่านเข้ารอบเหลือเพียงภูมิภาคละ 9 คน หรือประเภทละ 3 คน เพื่อเข้าสู่การอบรมการร้องเพลงอย่างถูกต้องจากวิทยากรระดับประเทศ เป็นเวลา 5 วันที่กรุงเทพมหานคร และเข้าสู่การประกวดรอบรองชนะเลิศต่อไป
นอกจากนี้ ผู้ผ่านรอบภูมิภาคยังจะได้รับโอกาสเข้าร่วมการอบรมด้านการขับร้องเพลง พร้อมทั้งได้รับประสบการณ์และแรงบันดาลใจจากคณะกรรมการ รวมถึงรับชมการแสดงจากศิลปินและนาฏศิลปินจากทีมเยาวชนวิทยาลัยนาฏศิลปเชียงใหม่ ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้ร่วมชมและเชียร์เยาวชนผู้เข้าประกวดจากภูมิภาคต่าง ๆ ตลอดเดือนกันยายน
นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การประกวดครั้งนี้นอกจากเป็นเวทีในการแสดงความสามารถด้านการขับร้องเพลงแล้ว ยังเป็นโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้การรู้แพ้ รู้ชนะ และรู้อภัย โดยเฉพาะ “การรู้แพ้” ถือเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตนเอง เมื่อพ่ายแพ้ต้องรู้จักยอมรับความจริง แม้จะเสียใจได้ แต่ไม่ควรนำความพ่ายแพ้มาเป็นเหตุให้ท้อถอย ตรงกันข้ามควรนำผลการแข่งขันกลับมาทบทวนและศึกษาว่าเหตุใดจึงแพ้ เพื่อนำข้อบกพร่องไปฝึกฝนและพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้น เพราะการแพ้ในวันนี้ไม่ได้หมายความว่าจะต้องแพ้ตลอดไป แต่อาจเป็นบทเรียนสำคัญที่นำไปสู่ชัยชนะหรือการพัฒนาที่ดีขึ้นในวันข้างหน้า
นอกจากนี้ “การรู้อภัย” ยังเป็นสิ่งสำคัญที่เยาวชนควรเรียนรู้จากการแข่งขัน รวมถึงการได้รู้จักเพื่อนใหม่จากการเข้าร่วมกิจกรรม ขอให้ทุกคนรักษามิตรภาพที่เกิดขึ้นจากการประกวดครั้งนี้ เพราะในอนาคตอาจมีโอกาสกลับมาพบเจอหรือร่วมงานกันอีก สิ่งสำคัญคือทุกคนจะมีเพื่อนเพิ่มมากขึ้น และสามารถเรียนรู้จากกันและกัน ทั้งการสังเกตวิธีการขับร้อง การเปรียบเทียบและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ตลอดจนนำสิ่งที่ได้เรียนรู้มาพัฒนาศักยภาพของตนเอง
สิ่งดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งหวังของ สำนักงานพระคลังข้างที่ ที่ต้องการส่งเสริมให้เยาวชนมีระเบียบวินัย รู้จักการอยู่ร่วมกับผู้อื่น มีน้ำใจนักกีฬา และเกิดความรัก ความภาคภูมิใจ ตลอดจนตระหนักถึงคุณค่าของศิลปะและบทเพลงไทย อันจะนำไปสู่การสืบสานและอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของไทยให้คงอยู่ต่อไปในอนาคต
ทั้งนี้ โครงการ “เยาวชนสืบสานรักษ์เพลงไทย” มีการจัดประกวดรอบภูมิภาคในพื้นที่ต่าง ๆ ได้แก่ รอบภูมิภาคที่ 2 วันที่ 12–13 กันยายน 2569 ณ บิ๊กซี สาขาราชดำริ รอบภูมิภาคที่ 3 วันที่ 19–20 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครศรีธรรมราช และรอบภูมิภาคที่ 4 วันที่ 26–27 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โคราช โดยผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ “เยาวชนสืบสานรักษ์เพลงไทย”