วันนี้ (15 ก.ย. 69) ที่ ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ สำนักงานชลประทานที่ 1 เชียงใหม่ นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดเชียงใหม่ กรณีอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ปี 2569 เพื่อหารือร่วมกับส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการติดตามสถานการณ์น้ำและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่
.
โดยที่ประชุมรายงานว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จังหวัดเชียงใหม่มีฝนตกน้อยมาก จึงยังไม่มีสถานการณ์น้ำรุนแรงเกิดขึ้นในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือคาดการณ์ว่า หลังจากนี้ปริมาณฝนจะเพิ่มขึ้น จากอิทธิพลของบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นที่เริ่มแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือ โดยระหว่างวันที่ 17–20 กันยายน 2569 จะมีฝนฟ้าคะนองทั่วไปในพื้นที่ภาคเหนือ แต่ยังไม่ถึงขั้นเกิดพายุรุนแรง โดยในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่คาดว่าจะมีฝนมากที่สุดในช่วงวันที่ 17–18 กันยายน 2569
.
ด้านการเตรียมความพร้อม สำนักงาน ปภ.เชียงใหม่ ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ประจำจุดเสี่ยงแล้ว 8 จุด ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขังในเขตเศรษฐกิจ พร้อมบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมกำลังพล เครื่องจักร และอุปกรณ์ให้พร้อมเข้าปฏิบัติการได้ทันทีหากเกิดสถานการณ์ รวมถึงมีการประชุมและซักซ้อมแผนการรับมือในภาวะวิกฤตอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ จังหวัดเชียงใหม่ยังได้ส่งเสริมการเฝ้าระวังภัยในระดับชุมชน โดยจัดอบรมการใช้งานและแจกจ่ายกระบอกวัดปริมาณน้ำฝนให้แก่หมู่บ้านกว่า 200 แห่ง เพื่อให้ชุมชนสามารถติดตามปริมาณฝน ประเมินแนวโน้มสถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนประชาชนได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยข้อมูลจะถูกรายงานเข้าสู่ระบบ เพื่อนำไปวิเคราะห์และใช้ประกอบการแจ้งเตือนภัยได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที
.
ด้านการช่วยเหลือ ในวันนี้ได้มีการจัดประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัดเชียงใหม่ (ก.ช.ภ.จ.) เพื่อพิจารณาการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงที่ผ่านมา ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 โดยขณะนี้มี 4 อำเภอที่ได้รับการประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ส่งเอกสารของผู้ประสบภัยมาขอรับการช่วยเหลือแล้ว ได้แก่ อำเภอเวียงแหง พร้าว แม่อาย และฝาง รวมทั้งสิ้น 206 ครัวเรือน
.
ภายหลังการประชุม นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เน้นย้ำให้ทุกอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากเกิดอุทกภัยและมีความเสียหายในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน พื้นที่การเกษตร อาคารและสิ่งปลูกสร้าง ถนน หรือสะพาน ขอให้เร่งสำรวจและประเมินความเสียหายโดยเร็ว เพื่อให้สามารถดำเนินการฟื้นฟู ซ่อมแซม และจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบได้อย่างรวดเร็ว ลดผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชน และนอกจากการเตรียมรับมือฝนและอุทกภัยแล้ว จังหวัดเชียงใหม่ยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำในระยะยาว โดยขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัดและวางแผนกักเก็บน้ำสำรองไว้สำหรับช่วงฤดูแล้ง โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน เพื่อให้มีน้ำเพียงพอต่อการใช้ชีวิตประจำวัน