วันนี้ (17 ก.ย. 69) เวลา 13.40 น. ณ ห้องประชุม 4 ชั้น 4 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 6/2569 โดยมีคณะกรรมการจากหน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่ายภาคเอกชน เข้าร่วมประชุม
.
ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการขับเคลื่อน 7 มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการและเกษตรกรจากผลกระทบสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง โดยกระทรวงคมนาคมได้ดำเนินโครงการช่วยเหลือค่าน้ำมันแก่ผู้ประกอบการขนส่ง และเตรียมต่อยอดสู่เฟส 2 ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ช่วยเหลือเกษตรกรไร่ละ 1,000 บาท สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การพยุงราคาผลผลิตข้าวเปลือก และติดตั้งระบบประปาบาดาลโซลาร์เซลล์ 11 แห่งในพื้นที่ ด้านสถานการณ์เศรษฐกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ รายงานว่าเศรษฐกิจมีทิศทางทรงตัวและมีแนวโน้มขยายตัวในไตรมาสที่ 3 จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการเร่งเบิกจ่ายภาครัฐ สอดคล้องกับรายงานของ ททท. สำนักงานเชียงใหม่ ที่พบว่าช่วง 7 เดือนแรก (ม.ค. 69 - ก.ค. 69) มีนักท่องเที่ยวเยือนเชียงใหม่กว่า 7.03 ล้านคน/ครั้ง สร้างรายได้กว่า 65,535 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 4.02 โดยมีนักท่องเที่ยวจีน เกาหลีใต้ และไต้หวัน เดินทางเข้ามาสูงสุด ที่ประชุมยังได้เน้นย้ำถึงมาตรการจัดการบัญชีม้าเยาวชนอย่างเข้มงวด โดยการปรับลดวงเงินทำธุรกรรมดิจิทัลตามช่วงอายุ เพื่อป้องกันไม่ให้เยาวชนถูกหลอกใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด
.
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบโครงการยกระดับเชียงใหม่เวลเนสเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Chiang Mai Wellness Tourism) กิจกรรม LANNA Longevity Ecosystem ตามที่กลุ่มผู้นำคลื่นลูกใหม่ เสนอเพื่อพัฒนาระบบนิเวศสุขภาพและแอปพลิเคชันเชื่อมโยงบริการทางการแพทย์กับชุมชนรองรับกลุ่มพำนักระยะยาว พร้อมรับทราบกรอบแผนแม่บท 5 เสาหลักด้าน Wellness ของหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ และร่วมพิจารณาแนวทางการจัดตั้งองค์กรบริหารจัดการจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว (DMO) ภายใต้กรอบคณะกรรมการ MICE City เพื่อบริหารจัดการเทศกาล 12 เดือน 12 เทศกาล ให้กระจายรายได้สู่อำเภอรองอย่างยั่งยืน
.
ในช่วงท้ายของการประชุม รองผู้ว่าฯ ได้แสดงข้อห่วงใยถึงการจัดงานเทศกาลประเพณียี่เป็งที่กำลังจะมาถึง ซึ่งพบว่ามีการจัดกิจกรรมการปล่อยโคมลอยยี่เป็งในหลายพื้นที่ จึงได้เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้จัดงาน กำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัย สถานที่ และการบริหารจัดการอย่างรัดกุม เนื่องจากหากการจัดงานไม่ได้มาตรฐาน หรือเกิดอุบัติเหตุ อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในระดับสากลของจังหวัดเชียงใหม่ จึงต้องบูรณาการร่วมกันเพื่อรักษาคุณค่าทางวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมควบคู่ไปกับมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด อันจะส่งผลดีกับเศรษฐกิจกิจของจังหวัดเชียงใหม่