คปภ.เดินหน้า “ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” แบบใหม่ ช่วยผู้ประสบภัยเสียชีวิตรายแรกของประเทศที่จังหวัดเชียงใหม่

วันนี้ (7 ต.ค. 69) เวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 2 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการแถลงข่าว “กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเร่งรัดการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย โดยมี นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สื่อมวลชน และญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วม โดยการประชุมดังกล่าวผ่านระบบ Zoom Meeting จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มีนาย เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธาน

สืบเนื่องจากวันที่ 4–5 ตุลาคม 2569 อำเภอกัลยาณิวัฒนาเกิดสถานการณ์วาตภัยและอุทกภัยจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักถึงหนักมาก และน้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลบ้านจันร์ อำเภอกัลยาณิวัฒนา ส่งผลให้บ้านเรือนได้รับความเสียหาย 2 หลัง และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ นางเกศริน ต่าสินิ อายุ 54 ปี จากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งถือเป็น ผู้เสียชีวิตรายแรกที่ได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ และเป็นกรณีแรกของประเทศไทย โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้ประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนตามอำนาจหน้าที่
.
สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ครอบคลุมภัยพิบัติ 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว โดยกรณีแผ่นดินไหวและวาตภัย รวมถึงฟ้าผ่า จะได้รับค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น 5,000 บาทต่อหลัง และความเสียหายรวมไม่เกิน 100,000 บาทต่อหลัง ส่วนกรณีอุทกภัย จะได้รับค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น 10,000 บาทต่อหลัง และความเสียหายรวมไม่เกิน 200,000 บาทต่อหลัง ขณะที่กรณีเสียชีวิตจากภัยพิบัติ จะได้รับเงินชดเชย 2,000,000 บาทต่อราย และกรณีทุพพลภาพสิ้นเชิงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ จะได้รับเงินชดเชย 200,000 บาทต่อราย โดยไม่รวมความคุ้มครองที่อยู่อาศัยในส่วนของกรณีเสียชีวิต
.
การได้รับความคุ้มครองต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย และรัฐบาลเป็นผู้จัดให้มีความคุ้มครองสำหรับเจ้าของทรัพย์สิน โดยกระทรวงมหาดไทยมีข้อมูลทะเบียนที่อยู่อาศัยประมาณ 30 ล้านหลังคาเรือน เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการให้ความคุ้มครอง ทั้งนี้ ความเสียหายเบื้องต้นสามารถยื่นขอรับค่าสินไหมทดแทนได้เมื่อมีเอกสารครบถ้วนและมีภาพถ่ายยืนยันความเสียหายจากภัยพิบัติ โดยกำหนดให้จ่ายเงินเบื้องต้นภายใน 15 วัน
ส่วนกรณีเสียชีวิต ทายาทสามารถแจ้งข้อมูลเข้าสู่ระบบ พร้อมยื่นเอกสารประกอบ ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน ใบชันสูตรพลิกศพ สำเนาทะเบียนบ้านของผู้เสียชีวิต และเอกสารของผู้รับผลประโยชน์ เมื่อเอกสารครบถ้วนจะดำเนินการจ่ายเงินให้แก่ทายาทภายใน 15 วัน
.
ด้าน นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เน้นย้ำให้ทุกจังหวัดอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในขั้นตอนการดำเนินการด้านประกันภัย พร้อมสร้างความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันได้กำชับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้เร่งสำรวจพื้นที่ ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดและจัดเก็บข้อมูลพื้นที่เสี่ยง เพื่อวิเคราะห์สาเหตุและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในพื้นที่เดิม
.
ขณะที่ญาติของนางเกศริน ต่าสินิ ผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่อำเภอกัลยาณิวัฒนา กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือและดูแลครอบครัว โดยระบุว่านางเกศรินเป็นเสาหลักของครอบครัว การได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐจึงเป็นส่วนสำคัญในการบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยให้ครอบครัวสามารถเดินหน้าต่อไปได้
.
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านภัยพิบัติของภาครัฐ โดยใช้ระบบประกันภัยเข้ามาเป็นกลไกช่วยเหลือประชาชนให้สามารถเข้าถึงการเยียวยาได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบ


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar