วันนี้ (5 พ.ย. 2569) เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมประชุม
.
ที่ประชุมได้แจ้งถึงคำสั่งนายกรัฐมนตรีและคำสั่งจังหวัดเชียงใหม่ ในการจัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ระดับจังหวัด อำเภอ และตำบล เพื่ออำนวยการ สั่งการ ติดตาม และระงับเหตุได้อย่างทันท่วงที รวมถึงปกป้องสุขภาพของประชาชน พร้อมกันนี้ได้เสนอแนวทางขับเคลื่อน “เชียงใหม่ แซนด์บ็อกซ์” ผ่าน 6 ยุทธศาสตร์สู่อากาศสะอาดจังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2569 - 2571 เชื่อมป่า คน เมือง เศรษฐกิจ ด้วยนวัตกรรม ข้อมูล และการมีส่วนร่วม ประกอบด้วย
.
1. การบริหารพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ มุ่งเน้นการส่งเสริมการจัดการป่าชุมชนและการมีส่วนร่วม
2. การจัดการในพื้นที่เกษตรกรรม ตั้งเป้าบริหารจัดการเศษวัสดุแบบครบวงจร (Bio mass) 1 ล้านตัน และส่งเสริมนวัตกรรมทดแทนการเผา
3. การจัดการพื้นที่เมือง ผ่านการจัดตั้งเขตมลพิษต่ำ (Low Emission Zone: LEZ) และระบบขนส่งสาธารณะที่สะอาด
4. การจัดการในพื้นที่ชุมชน โดยจัดทำแผนหมู่บ้านลดการเผา 1,095 หมู่บ้าน พร้อมอุดหนุนงบประมาณ
5. มาตรการลดผลกระทบด้านสุขภาพ จัดเตรียมห้องลดฝุ่น 24 ชั่วโมงในสถานที่สำคัญ และดูแลกลุ่มเปราะบางอย่างครอบคลุม
6. การจัดการบริหารงาน ที่เน้นการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร และบัญชาการสถานการณ์เพื่อขับเคลื่อนการทำงานตลอดทั้งปี
.
สำหรับกรอบตัวชี้วัดการป้องกันและแก้ไขปัญหาฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จังหวัดเชียงใหม่ได้ตั้งเป้าหมายที่ท้าทาย โดยเปรียบเทียบจากฐานค่าเฉลี่ย 5 ปี (พ.ศ. 2565-2569) ได้แก่ การลดจุดความร้อน (Hotspots) ลง 25% ให้เหลือ 6,822 จุด ลดพื้นที่เผาไหม้ (Burned Area) ลง 25% ให้เหลือ 671,596 ไร่ ลดจำนวนวันที่ค่า PM 2.5 เกินมาตรฐานลง 20% ให้เหลือ 59 วัน และลดจำนวนผู้ป่วยโรคถุงลมโป่งพอง (COPD) ลง 20% ให้เหลือเป้าหมาย 12,870 ราย
.
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฝ่ายต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อน ติดตาม และประเมินผลการทำงานอย่างใกล้ชิดตลอดทั้งปี พร้อมเร่งรัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดส่งแผนปฏิบัติการเพื่อลดและขจัดมลพิษในเขตควบคุมมลพิษให้ครบทุกแห่ง เพื่อให้การบูรณาการแก้ปัญหาในระดับพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ