วันนี้ (15 พ.ค. 69) ที่ ห้องประชุมสำนักงาน ป.ป.ท.ภาค 5 อำเภอเมืองเชียงใหม่ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบ.ตร.สอบสวนกลาง, พันตำรวจโท สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท., นายกิตติศักดิ์ พิมพ์สาร ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลปฏิบัติการ “เผยเงามังกร” สืบเนื่องจากช่วงบ่ายวันนี้ เจ้าหน้าที่จาก 5 หน่วยงาน ประกอบด้วย กรมการปกครอง, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนักงาน ป.ป.ท., สำนักงาน ป.ป.ช. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ได้บูรณาการร่วมกันจับกุมอดีตปลัดอำเภอเชียงดาว โดยการจัดทำทะเบียนเท็จให้กับ “นายหมิงเฉิน ซัน” ชายชาวจีนวัย 31 ปี ผู้ถือบัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสัญชาติไทย หรือ “บัตรสีชมพู” ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกจับกุมในคดีครอบครองอาวุธสงคราม วัตถุระเบิด และเครื่องกระสุนจำนวนมาก ภายหลังเกิดอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำในพื้นที่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา
.
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ภายหลังรัฐบาลประกาศเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์และทุนสีเทาอย่างจริงจัง และนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้กรมการปกครองเร่งตรวจสอบประวัติทางทะเบียนของ นายหมิงเฉิน ซัน โดยพบพิรุธหลายจุด และเชื่อว่าเป็นการใช้ระบบทะเบียนราษฎรเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการอยู่อาศัยและดำเนินธุรกิจในประเทศไทย
.
ในการนี้ ชุดสืบสวน DOPA N.I.C.E. ของกรมการปกครอง จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมประสานข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนพบว่า นายหมิงเฉิน ซัน ได้ย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านในพื้นที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2565 ทั้งที่ไม่ได้พักอาศัยอยู่จริง โดยมีอดีตปลัดอำเภอเชียงดาว ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้ดำเนินการจัดเตรียมเอกสารและประสานขอให้เจ้าบ้านรายหนึ่งรับย้ายชื่อของ นายหมิงเฉิน ซัน เข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้านในอำเภอเชียงดาว เพื่อดำเนินออกบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู เลข 6) ซึ่งหลังได้รับบัตรสีชมพูแล้ว นายหมิงเฉิน ซัน ก็เดินทางออกจากพื้นที่ทันที และไม่เคยกลับมาอยู่อาศัยในบ้านดังกล่าว
.
เมื่อขยายผลสืบสวนเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่ได้พบความเชื่อมโยงกับขบวนการสวมสิทธิกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ อำเวียงแหง และ อำเภอเชียงดาว ซึ่งถูกจับกุมในปฏิบัติการ “ตัดหมอกเวียงแหง” และ “สลายหมอกเชียงดาว” เมื่อปี 2568 โดยบางรายเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์และทุนสีเทาที่หลบหนีคดีมาจากประเทศจีน นอกจากนี้ ยังตรวจพบอีกว่า อดีตปลัดอำเภอเชียงดาว คนดังกล่าว เคยจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน หรือ “บัตรสีขาว เลข 0” จำนวน 445 ราย ในช่วงปี 2564 ซึ่งเบื้องต้นพบอย่างน้อย 18 ราย ที่อาจเป็นการออกเอกสารโดยมิชอบ
.
สำหรับการดำเนินคดีทางกฎหมาย เบื้องต้น ได้มีการออกหมายจับผู้ต้องหา 2 ราย ได้แก่ ปลัดอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ (อดีตปลัดอำเภอเชียงดาว) และลูกจ้างในพื้นที่อำเภอเชียงดาว ส่วนผู้เกี่ยวข้องรายอื่น ทั้งเจ้าบ้านและผู้รับรองเอกสาร พนักงานสอบสวนจะทยอยออกหมายเรียกเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ขณะเดียวกัน กรมการปกครองได้สั่งการให้สำนักทะเบียนอำเภอเชียงดาว เร่งเพิกถอนรายการทะเบียนที่ทุจริตทั้งหมด พร้อมตั้งกรรมการสอบวินัยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และเดินหน้าขยายผลสอบสวนเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป