วันนี้ (4 พ.ย. 69) เวลา 10.00 น. ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ นายณัฏฐ์ ลุมพิกานนท์ ผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ แถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจและการเงินภาคเหนือ ไตรมาส 3 ปี 2569 โดยมีสื่อมวลชนจากหลากหลายแขนงเข้าร่วมรับฟังการแถลงข่าว เพื่อรับทราบสถานการณ์เศรษฐกิจภาคเหนือและแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะต่อไป
ผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจภาคเหนือในไตรมาส 3 ปี 2569 ขยายตัวจากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากการบริโภคภาคเอกชนที่ได้รับแรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ ประกอบกับการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าที่ขยายตัว ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวทยอยฟื้นตัว ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ส่งผลให้รายรับจากผู้เยี่ยมเยือนปรับตัวดีขึ้น รวมถึงรายได้เกษตรกรที่ขยายตัวตามราคาพืชเศรษฐกิจสำคัญที่ปรับสูงขึ้น ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐยังขยายตัวใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน
สำหรับรายละเอียดภาวะเศรษฐกิจรายสาขา พบว่า ภาคการท่องเที่ยวขยายตัว จากจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เพิ่มขึ้นในช่วงวันหยุดยาวเดือนกรกฎาคม ประกอบกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นในช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน ส่งผลให้รายรับจากผู้เยี่ยมเยือนโดยรวมขยายตัว
ด้านการอุปโภคบริโภคขยายตัว โดยได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ ทั้งโครงการไทยช่วยไทยพลัส และการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ขณะที่หมวดยานยนต์ขยายตัว โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า และหมวดบริการที่ขยายตัวสอดคล้องกับภาคการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม การบริโภคโดยรวมยังมีแรงกดดันจากค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูงและราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นในช่วงปลายไตรมาส
ส่วนรายได้เกษตรกรขยายตัว โดยมีปัจจัยสำคัญจากราคาพืชผลทางการเกษตรที่ปรับตัวดีขึ้น ทั้งราคาข้าวที่เพิ่มขึ้นจากผลผลิตลดลงและความต้องการนำเข้าจากต่างประเทศที่สูงขึ้น ราคาลำไยที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณผลผลิตที่ลดลง รวมถึงราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปรับขึ้นตามราคาตลาดโลก ด้านผลผลิตทางการเกษตรหดตัว โดยเฉพาะข้าวนาปีและลำไย เนื่องจากราคาผลผลิตในช่วงก่อนหน้าอยู่ในระดับต่ำ ไม่จูงใจให้เกษตรกรเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกและการบำรุงดูแล
ขณะที่ ภาคอุตสาหกรรมทรงตัว โดยการผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขยายตัวตามวัฏจักรสินค้าเทคโนโลยี รวมถึงการผลิตผลิตภัณฑ์อโลหะในกลุ่มซีเมนต์และคอนกรีตที่เพิ่มขึ้นตามโครงการก่อสร้างภาครัฐ แต่การผลิตอาหารแปรรูป โดยเฉพาะผักและผลไม้กระป๋องลดลงตามคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ และหมวดเครื่องดื่มหดตัวในกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
สำหรับ การลงทุนภาคเอกชนหดตัวเล็กน้อย ตามการลงทุนด้านการก่อสร้างที่ลดลง หลังจากมีการเร่งซื้อวัสดุก่อสร้างไปก่อนหน้า ขณะที่การลงทุนด้านเครื่องจักรและอุปกรณ์ยังขยายตัว ตามการนำเข้าสินค้าทุนของผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนการค้าผ่านด่านศุลกากรขยายตัว จากการส่งออกผลไม้ โดยเฉพาะทุเรียนและมังคุดไปยังประเทศจีน รวมถึงการส่งออกยานยนต์ไปเมียนมา และน้ำมันเชื้อเพลิงกับเคมีภัณฑ์ไปยัง สปป.ลาว
ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ พบว่าอัตราเงินเฟ้อลดลงตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวลดลง ขณะที่ราคาอาหารสดเพิ่มขึ้น ส่วนตลาดแรงงานทรงตัว สะท้อนจากจำนวนผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ทรงตัว โดยบางจังหวัด เช่น เชียงใหม่ ลำพูน และตาก มีจำนวนผู้ประกันตนขยายตัวในภาคการค้าและการผลิต ขณะที่จังหวัดอื่น ๆ ปรับลดลง สะท้อนให้เห็นว่าภาคธุรกิจส่วนใหญ่ยังไม่มีความต้องการจ้างงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ ประเมินว่าแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะต่อไปยังมีปัจจัยที่ต้องติดตาม ทั้งการลดลงของเม็ดเงินจากมาตรการภาครัฐ ผลผลิตทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปที่อาจได้รับผลกระทบจากภาวะเอลนีโญ ตลอดจนค่าครองชีพและราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจของภาคเหนือในระยะต่อไป